วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ส่งท้ายไตรมาส3ยังครองตำแหน่งผลตอบแทนรั้งบ๊วย ก้าวสู่ไตรมาส4ต้นร้ายปลายดีอีกปี และผลจากGovernment Shutdown



โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-8311611 087-7174979 http://www.facebook.com/tontancorp

ณ 30 กันยาน 2556 ดัชนีหุ้นไทยหลุด 1400 จุดมาปิดที่ 1383 จุด

ส่งท้ายไตรมาส3:ยังรั้งแชมป์บ๊วยเหนียวแน่น-ผลตอบแทนในการลงทุนตลาดหุ้นโลกในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ไตรมาส 3 ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุด คือเฉลี่ยติดลบ ปีนี้ก็เช่นเดิม แต่ตกหนักกว่าเดิมคือหุ้นไทยลงมาราว-20%จากจุดสูงสุด1650จุดที่ทำเอาไว้ในไตรมาส2ของปีนี้ 

Welcome ไตรมาส4ปี56:ต้นร้ายปลายดี? จากสถิติ จะพบว่าผลตอบแทนการลงทุนในตลาดหุ้นของอเมริกา ( โดยพิจารณาจากดัชนี S&P500ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา)

จะพบว่าในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเดือนแรกของไตรมาส 4 นั้น เป็นเดือนที่ให้ผลตอบแทนที่น้อยที่สุด

แต่ก็พบว่าเดือนสุดท้ายของไตรมาสนี้คือเดือนธันวาคมนั้น ให้ผลตอบแทนต่อผู้ลงทุนสูงที่สุดกว่าทุกเดือนในรอบปี

จนมีข้อสังเกตว่า หุ้นมักร่วงหนักในเดือน “ตุลาอาถรรพ์” แล้วไปขึ้นแรงช่วงYear end rally ส่งท้ายปี หรือต่อเนื่องไปที่ January effect
หรือวิ่งแรงต้อนรับปีใหม่

สำหรับชาวContrariants จับจ้องโอกาสของคุณให้ดี 1ปีมีหน


.....................
Government Shutdownกับผลต่อตลาดหุ้น


เรียบร้อยโรงเรียนรีพับลิกัน USAปิดหน่วยงานบางส่วนอย่างเป็นทางการแล้วในช่วงสายวันที่ 1 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย (ตลาดหุ้นก็ดูจะรับรู้ไปล่วงหน้าแล้ว) ดาวฟิวเจอร์+25จุด

การปิดหน่วยงานรัฐฯ บางแห่งของ US กระทบตลาดจำกัด สถิติชี้ 17 ครังที่ปิด S&P500 ลงเพียง 0.8% เพราะตลาดปรับฐานตอบรับไปแล้ว

หุ้นไทยจะมีกรอบแนวรับหลักบริเวณ 1375 SET50เขต935จุด หากยืนได้คาดการณ์ว่าจะฟื้นขึ้นจากเขตนี้

http://www.bloomberg.com/markets/stocks/futures/
กรณีที่สภาไม่สามารถอนุมัติงบประมาณปี 57F ได้ทัน ไม่ได้หมายความว่า การใช้จ่ายของภาครัฐจะสิ้นสุดลงทั้งหมด โดยรายจ่ายของรัฐที่ยังคงต้องมีต่อไป ได้แก่
1.      ครึ่งหนึ่งของงบใช้จ่ายของภาครัฐ ได้ถูกอนุมัติจากสภาคองเกรส  ส่วนใหญ่เป็น Social Security, Medicare ซึ่งรัฐจะยังคงมีการใช้จ่ายต่อไปจนกว่าสภาคองเกรสจะเปลี่ยนแปลง หรือ กรณีโครงการพื้นฐานระยะยาว หรือโครงการซื้อาวุธของกระทรวงกลาโหม ก็ไม่ถูกกระทบ

2.      หน่วยงานของรัฐที่ถือว่าจำเป็นต้องมีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน หรือ จำเป็นสำหรับโครงการเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ทหาร ฯลฯ ขณะที่พนักงานในหน่วยงานกระทรวงกลาโหม อาจต้องหยุดทำการ ฯลฯ  


กรณีสภาฯไม่ผ่านงบฯ จะมี Impact ต่อตลาดการเงิน ค่อนข้างจำกัด (ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในอดีต ลดลงสูงสุด เพียง -3.7%) แต่ประเด็นที่น่ากลัว คือกรณีการปรับขึ้นเพดานหนี้ 16.7 ล้านล้านดอลล์ ที่คาดว่าจะหมดเงินภายใน 17 ตุลาคมนี้ หากการเจรจาทั้งสองพรรค ยังยืดเยื้อ อาจเป็นปัจจัยลบใหม่ที่รุนแรง เพราะมีความเสี่ยงที่สหรัฐฯจะผิดนัดชำระหนี้ (เรายังให้โอกาสเกิดขึ้นน้อย ) ดังนั้น การร่วงลงของตลาดหุ้นไทย อาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการซื้อเก้งกำไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น