วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
อบรมกราฟอ่านขาดตลาดหุ้นอย่างแม่นยำด้วยกราฟเทคนิค ตอน รู้งี้รวยแล้ว(เพิ่มเติมหุ้นเด่นประกอบเป็นกรณีศึกษาในการอบรม ได้ทั้งความรู้และได้หุ้นเด่นไปเล่นให้รวยไปเลย)
แจ้งเพื่อทราบ และเพื่อพิจารณาครับ
1.หนังสือหุ้นเด่นไตรมาส2ได้ส่งถึงมือท่านที่สั่งจองทุกท่านแล้ว หากมีกรณีตกหล่น(อาจเพราะหนังสือตีกลับ กรณีไม่มีผู้อยู่รับหนังสือ เนื่องจากเป็นการส่งลงทะเบียน หากไม่มีคนเซ็นรับ ไปรษณีย์จะตีกลับมาที่เรา)กรุณาแจ้งโทร02-9275800 กรณีท่านอยู่เขตกทม.และปริมณฑล ผมจะให้แมสเซ็นเจอร์ไปส่งซ่อมให้ครับ และขอออภัยที่ท่านไม่ได้รับความาะดวกใดๆช่วงที่ผ่านมา
2.งานอบรมกราฟอ่านขาดตลาดหุ้นอย่างแม่นยำด้วยกราฟเทคนิค ตอน รู้งี้รวยแล้ว(เพิ่มเติมหุ้นเด่นประกอบเป็นกรณีศึกษาในการอบรม ได้ทั้งความรู้และได้หุ้นเด่นไปเล่นให้รวยไปเลย)งานวันที่26นี้ ยังมีที่นั่งเหลือครับ ให้รีบสั่งจองและชำระค่าอบรม ที่โทร.087-7174979(เนื้อหาตัวหลักสูตรจะเหมือนเดิมที่เคยสอนคือ อ่านแนวโน้มให้เป็นอ่านTrendให้ขาด+Elliot Wave+เลขชุดมหัศจรรย์Fibonacci+Candle sticksที่จำเป็น+เครื่องมือที่สำคัญ และจากทักษะประสบการณ์ของผม การจับผิดเจ้ามือหุ้น หาจังหวะเข้าออกที่แม่นยำ+การคำนวณหามูลค่าหุ้น และเป้าหมายทางพื้นฐานอย่างง่าย และเรียนลัด+กรณีศึกษา4หุ้นเด่น)
วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
คัมภีร์หุ้น (8พฤษภาคม2556):ทะลุผ่าน1600 ก็ให้Strong holdไปรอขายด่าน1650 อดเปรี้ยวไว้กินหวานสำหรับหุ้นที่ยังไม่วิ่ง
โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-8311611 087-7174979 http://www.facebook.com/tontancorp
หุ้นใหญ่ในSET50รอบนี้เป้าแรก1080+/-เป้าใหญ่1135+/-
*หมายเหตุ:อ่านบทวิเคราะห์ฟันธงแนวโน้ม ให้ท่านอยู่ถูกทาง ไม่ขายหมู ไม่ตกรถ ได้ซื้อในราคาดีมากๆและได้ขายในราคาเป้าหมาย เพียงสมัครสมาชิกรับข้อมูลและคำแนะนำการลงทุนกับเรา โทรสอบถาม 087-7174979 สมัครวันนี้รับสิทธิเข้าอบรมกราฟอ่านขาดตลาดหุ้นวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ฟรี
·
ดัชนีดาวโจนส์ปิดเหนือ15000จุดได้ที่ระดับ15056จุด
+87จุดจะหนุนหุ้นทั่วโลกขึ้นตาม
·
ตลาดหุ้นฮ่องกงเช้านี้เปิดบวกไม่แรงนักโดยบวกราว130จุด
·
เสื้อแดงจัดชุมนุมไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประเมินไม่แรง ไม่ยืดเยื้อเพราะกลุ่มที่มาม็อบไม่ได้เป็นเสื้อแดงนปช.สายตรงของคุณทักษิณ
แต่เป็นกลุ่มย่อยๆ
·
ผู้ว่าแบงก์ชาติให้ข่าวว่าได้ข้อตกลงกับรมต.คลังเรื่องแก้ไขค่าบาทแข็งแล้ว
คาดเป็นเรื่องการคุมเงินเข้ามาเก็งกำไรตราสารหนี้ระยะสั้น
·
คาดSETผ่านแนวต้านด่าน1600จะไปรอบใหญ่เป้าหมาย1750โดยมีแนวต้านย่อยเขต1630
ถัดไป1635จุด (แต่เนื่องจากระยะสั้นเข้าเขตoverboghtเพราะstochasticsมาเขต95%แล้ว การขึ้นไปเขต1630-1635หรือ1650+/-ก็พร้อมพบแรงขายสลับตลอด
โดยจะมีเขต1600+/-เป็นฐานรับใหม่ จากที่เคยเป็นแนวต้านแข็งแกร่ง)
*กลยุทธ์-แนะนำถือstrong hold หรือfollow buyเมื่อผ่านด่าน1600จุด เพราะจะขึ้นไปได้ไกลถึง1750จุด(ด่านแรก1650+/-)
· หุ้นเด่นที่น่าสนใจช่วงนี้ยังเป็นตัวเดิมๆครับ
ที่น่าสนใจมากก็
· TCAPหากนิวไฮเกิน47.75จะไปอีกไกล
เอาไว้เป็นหุ้นธงของรอบนี้ครับ(เป้าไกลๆก็65-75บาท)
· THAIจะขึ้นไปตั้งแต่31.50ถัดไป35เป้าใหญ่38บาท
หากผ่านด่าน31ได้แนะนำถือต่อ
· BWGจะประกาศงบQ1/56ราวกลางเดือนนี้คาดว่ากำไรมากกว่า30ล้านบาท จะgrowthดีมากไปเป็น1-2ปี
ราคาหุ้นมีupsideมาก ตอนนี้พักฐานเขต2.40+/-น่าถือไว้
หากเล่นสั้นก็ไปรอขายตอนงบออก น่าไปเกิน3.00หรือราวๆ3.50บาท(วันนี้XDปันผลอาจลงหน่อย แต่ให้ถือไปรอขายตอนงบออกกลางเดือนครับ)
· SPCGคาดว่างบไตรมาส1/56จะดีและปีนี้เป็นปีที่จะรับรู้รายได้มากหลังจากลงไปทุนไปมากในปีก่อนๆ
ซื้อเขต30-32บาท ลุ้นผ่าน35มองไป45บาท
· JAS
รอบนี้ลุ้นผ่านต้าน8.55มีโอกาสไปเขต10บาท+/-
· TMBพักฐานเขต2.74-2.78หากรอบนี้SETผ่าน1600หุ้นควรขึ้นผ่านพีคเก่า2.96ไปเป้าหมายใหญ่3.50+/-ตอนที่SETไปเขต1750จุด
*ROJNAยังซื้อขายต่ำกว่าP/Eเฉลี่ย14เท่าของกลุ่ม(เป้าหมาย16บาท)
แนวโน้ม
–
ผ่านด่านแนวต้าน1045ขึ้นมา
และหากSETผ่าน1600เด็ดขาดเพื่อขึ้นไป1660-1750จะหนุนให้ซีรีส์นี้ไปด่านแรก1075-1080ถัดไป1100+/-เป้าหมายใหญ่1135+/-
แต่เนื่องจากเครื่องมือระยะสั้นเข้าเขตoverboughtจึงคาดว่าหากขึ้นไปเขตตั้งแต่1075-1080+/-จะตกลดภาวะoverboghtที่มีแนวรับเขต1065+/- แย่สุด1050+/-แล้วค่อยขึ้นไปตามแนวต้านด่านต่างๆ
กลยุทธ์รายวัน
–เปิดlongเขต1065-1070แล้วไปปิดทำกำไรเขต1075-1080(ตั้งแต่1075ไปถึง1082จุด)
กลยุทธ์รายสัปดาห์
– หากจะทำกำไรรอบแรกก็ปิดสถานะlongเขต1075-1080แล้วรอตกพักฐานลงมาเขต1065+/-
หรือ1050แล้วซื้อคืนเพื่อไปขายรอบหน้าเขต1100+/-
แต่หากจะวางยาวและยอมรับความผันผวนได้ก็ไปรอขาย1130+/-ในระยะเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนทีเดียว
จังหวะตกพักฐานลงมา1065+/-ก็เข้าซื้อlongเพิ่ม
วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556
มุมอินไซด์ (30เมษายน2556):อัพเดตหุ้นกลุ่มน้ำมัน เคมี เกษตร ESSO IRPC TOP PTTGC IVL STA และข้อเสนอให้เปลี่ยนตัวBANPUที่ย่ำแย่เสียหายจากขาลงไปเข้าหุ้นXXXXที่มีอนาคตโดดเด่น มีโอกาสขึ้นไปเขต65-80บาทแทน
โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์
ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-8311611 087-7174979 http://www.facebook.com/tontancorp
อัพเดตหุ้นน้ำมัน เคมี เกษตร โภคภัณฑ์
ชาร์ตราคาน้ำมันดิบโลก-เคลื่อนไหวอยู่ในคลื่นที่4ขนาดใหญ่ แบบไซด์เวย์ ที่มีกรอบเคลื่อนไหวระหว่างกรอบแนวรับเขต85$
กับกรอบแนวต้านเขต97.40-102$
เนื่องจากธรรมชาติของคลื่นที่4มักจะsideway
ทำให้ราคาหุ้นที่เกี่ยวเนื่องในกลุ่มพลังงาน น้ำมัน เคมี สินค้าเกษตร และโภคภัณฑ์
ก็พลอยแกว่งไซด์เวย์แคบไปด้วยครับ เวลาน้ำมันดิบโลกลง หุ้นพวกนี้ลง(ในกรอบไซด์เวย์ด้วย)
เวลาแกว่งขึ้น ก็แกว่งขึ้น แต่ไม่ได้เป็นขาขึ้นที่ชัดเจน หรือเป็นขาลงที่เด่นชัด
ราคาน้ำมันที่แกว่งในลักษณะนี้ถือว่าอ่อนแอ หรือUnderperformกว่าดัชนีราคาหุ้นไทย(SET)ที่แกว่งตัวในช่วงทิศทางขาขึ้น(uptrend)ครับดังนั้นท่านจะสัมผัสได้ว่าหุ้นพวกนี้แย่หรืออ่อนแอกว่าตลาดหรือกลุ่มธุรกิจอื่นๆนั่นเอง
หุ้นพวกนี้จะเป็นขาขึ้นได้ก็คงต้องอิงกับทิศทางราคาน้ำมันโลกครับ
หากน้ำมันโลกทะลุด่าน97.41หรือ100-102$ขึ้นไปจะเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาขึ้นไปด่านถัดไป115-120$ หุ้นพวกนี้จึงจะวิ่งขึ้นไปด้วย ตรงกันข้ามหากลงหลุด80-85$ลงไป
หุ้นพวกนี้ก็มีแนวโน้มจะเป็นขาลงแต่หากไม่ไปไหนมาไหนแกว่งในกรอบ85-100$อย่างที่เป็นมาหุ้นพวกนี้ก็จะแกว่งซึมไซด์เวย์ต่อไป
กลยุทธ์ในการเทรดหุ้นเหล่านี้จึงยังต้องอิงทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกต่อไปหละครับ
วิธีเทรดมีอยู่3บบคือ
1.เทรดแบบไซด์เวย์ในกรอบ คือหากน้ำมันขึ้นไปไม่ผ่านด่าน97.41-102$ในช่วงนี้ก็นำหุ้นพวกนี้(PTT
PTTEP PTTGC IRPC ESSO KSL IVL)ออกมาขาย เวลาตกลงไปเขต85-80$ก็เข้าช้อนซื้อ เด้งมาไม่ผ่านแนวต้านก็ขาย...ซึ่งจะพบว่าวิธีนี้ไม่น่าสนใจ
เพราะแทนที่ท่านจะไปเทรดหุ้นที่มันไปในทิศทางเดียวกับตลาด(อย่างพวกสื่อสาร
พัฒนาที่ดิน รับเหมา แบงก์
ค้าปลีก)ท่านก็มาเสียเวลากับหุ้นพวกนี้ที่แย่กว่าตลาดครับ
2.รอความชัดเจน...คือหากราคาน้ำมันโลกผ่านด่าน97.41หรือชัดๆผ่าน100$ขึ้นไป
ค่อยมาfollow buyซื้อหุ้นพวกนี้จะดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลารอ
แม้ว่าอาจได้ซื้อราคาแพงขึ้นหน่อยก็ดีกว่าเสียเวลารอ หรือหากหลุดด่าน80$ลงไปก็ขายหุ้นพวกนี้เพื่อลดความเสี่ยงขาลง
อัพเดตรายตัว และจุดที่น่าไปขาย(*หากน้ำมันโลกไม่ผ่านด่าน100$ในระยะต่อไปนี้)
อัพเดตรายตัว และจุดที่น่าไปขาย(*หากน้ำมันโลกไม่ผ่านด่าน100$ในระยะต่อไปนี้)
*ESSO ทำฐานเหนือ9บาทฟื้นขึ้น กรอบต้านบน10.40ถัดไป12บาท
*IRPC ทำฐานแน่นเหนือ3.76ตอนนี้กำลังผ่านด่านแรก4.00-4.10
รอไปขายกรอบบน4.60-4.90บาท(มีกระแสข่าวเรื่องมอร์แกนสแตนลีย์ เป็นวาณิชธนกิจ
จะนำไปควบรวมกับPTTGC แต่ข่าวยังไม่ยืนยัน)
*PTTGC สร้างฐานเหนือ65 ล่าสุดผ่านด่านแรก70 น่าขึ้นไปเขต75ถัดไป82-85
รอขายด้านบน
*TOP ทำฐานเหนือด่าน60 ไปรอขายเป้าเขต73 หรือกรอบบนเขต77-80บาท
*IVL ทำฐานยกสูงขึ้น ถือไปรอขาย30-35บาท แต่รอนานหน่อย(เป้าหมายแรก25 ถัดไป30)
*STA ลงมาย่ำฐานเหนือฐานรับ14-15บาท และซึมตัว เหมือนเก็บหุ้นอยู่
ราคายางโลกลงตกต่ำตามน้ำมัน คาดว่าคงฟื้นตามราคาน้ำมันเช่นกัน
เป็นหุ้นเด่นรายปี ที่แนะนำซื้อถือยาว1ถึง2ปี
ราคาฐานเขต14-15เป็นเขตน่าซื้อ
แล้วไปรอขายกรอบบน20-25บาท(แต่หากท่านใดไม่อยากเสียเวลารอ
แนะนำให้ไปเล่นตัวอื่นตามกระแส แบบTCAP THAI ่JAS BWG KCE ROJNA SIRIจะดีกว่านะครับ
โดยเฉพาะท่านที่เล่นแบบเทรดดิ้ง)
*BANPU
ยังคงแย่กว่าตลาดอย่างต่อเนื่อง แกว่งตัวในแนวโน้มขาลงที่ลงนิวโลว์จนน่าเหนื่อยใจครับ
ระยะกลางกรอบบนสุดแถว500 ช่วงนี้กรอบแนวตกอยู่แถว340-330ต้าน370 ถัดไป400
หากจะถือก็ต้องทำใจหละครับว่ายาว ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว เพราะลงนิวโลว์
หากไม่อยากถือหรืออยากติดให้ปวดใจ ผมว่าเปลี่ยนตัวไปเข้าXXXXเลยครับ
ตัวนี้ตอนนี้อยู่แถวใกล้ๆ50 มีโอกาสไป60-80บาท น่าจะชดเชยความเสียหายจากBANPUได้ครับ
ด้านล่างนี่คือXXXXครับ
ผ่านแนวต้านสำคัญเขต42จะแกว่งขึ้นไปเป้าแรก55 ถัดไป65
เป้าหมายใหญ่ระยะเป็นปีก็80บาท (เทรดP/E11เท่า เท่ากับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน หากกำไรปีนี้7.00-7.50
ก็ควรมีราคาเหมาะสมเขต75-80บาทครับ)
คำแนะนำ-สวิตตัวBANPUที่ขาดทุน มาเข้าXXXXแทน เพื่อชดเชยความเสียหาย และกลับมาฟื้นกำไร
วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556
ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์:หากคิดขายหุ้นไปช้อนทอง ฟังทางนี้ก่อน นรก อิส คัมมิ่ง รู้จักคลื่นCกันไหมครับ?!!(เปิดจดหมายน้อยถึงกูรูทองเมืองไทยเมื่อ2ปีก่อน ผมว่าทองพีคไปแล้วครับที่1927$และจะร่วงครั้งใหญ่ได้ต่อไป)
โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 087-7174979 081-8311611 http://www.facebook.com/tontancorp
ภาพอดีตของตลาดหุ้นไทยใครจะคิดตกจาก1800เหลือ200จุด-คลื่นCก็คือการร่วงลงลิฟต์ ไม่เปิดโอกาสให้คนที่ข้อนซื
ทองคำโลกหากผมพยากรณ์ว่าจะลงไปลึกกว่า700ใครจะไปเชื่อ?!-ทองคำหลังจากไปทำพีคคลื่น5บริเวณ1920$แล้วก็ฟอร์มตัวในคลื่นA-Bระหว่าง1500ไปถึง1800$มาระยะหนึ่ง ล่าสุดหลุดฐานคลื่นaเขต1500$ ก็จึงอาจเริ่มนับ1เข้าสู่Wave C
นี่อาจไม่ใช่เวลาช้อน แต่คือเวลาstop loss หากจะบอกว่าปลายทางของWave Cอาจลึกกว่า700$บางทีอาจทำให้คุณควรลังเลที่จะเข้าช้อนซื้อ หรือหากติดดอยไว้ก็จะได้กล้าจะตัดใจกันก็ได้นะครับ..?!
นี่อาจไม่ใช่เวลาช้อน แต่คือเวลาstop loss หากจะบอกว่าปลายทางของWave Cอาจลึกกว่า700$บางทีอาจทำให้คุณควรลังเลที่จะเข้าช้อนซื้อ หรือหากติดดอยไว้ก็จะได้กล้าจะตัดใจกันก็ได้นะครับ..?!
เงื่อนไขที่คำพยากรณ์นี้จะถูกต้องคือ 1.ทองมีพีคคลื่น5ไปแล้วที่1927$ 2.ทำคลื่นaและbไปแล้วในกรอบ1500ถึง1800$ตลอดปีเศษที่ผ่านมา 3.ลงไปเที่ยวนี้พังด่านย่อยๆตามแนวต่างๆคือ1400 1285 1000และลงไปลึกกว่าคลื่น4เขต700แต่ไม้ลึกกว่าคลื่น2บริเวณ300$ 4.ผมต้องนับคลื่นใหญ่ๆที่ว่ามาแล้วนั้นไม่ผิดด้วย(ผมไม่มีconflict of interestใดๆกับทองคำ เจตนาในการpostนี้คือกลัวคนแห่มาช้อนเพราะนึกว่าลงมามากแล้ว กลัวจะติดกันนั่นแหละ)
*********
จดหมายฉบับนี้ผมส่งถึงบุคคล
urgent call from Nat ทองๆ
-COMEX GOLDระยะกลาง ทองร่วงลงมาหลังมีภาพnegati
-Elliot Waveของทอง เป็นไปได้หรือไม่ว่าภาพระยะ
-ตามทฤษฎี่คลื่นElliot waveหากพีคที่คลื่น5ไปแล้วล
-หากด๊อกเตอร์โกลด์สนใจเรื่
(ผมรู้สึกดีขึ้นเหมือนกันที
5หุ้นเด่นเล่นให้รวยไตรมาส2/2566อยู่ในหนังสือเล่มนี้ โทรด่วนก่อนจะตกรถ 087-7174979
วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556
หากท่านหลงทางอยู่ โปรดดูแผนที่ เราอยู่ตรงนี้( บางตอนจากหนังสือคู่มือตลาดหุ้นไทยไตรมาส2/2556)
โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 087-7174979 081-8311611 http://www.facebook.com/tontancorp
หากท่านหลงทางอยู่ โปรดดูแผนที่ เราอยู่ตรงนี้( บางตอนจากหนังสือคู่มือตลาดหุ้นไทยไตรมาส2/2556)
แนวโน้มการปรับฐานก่อนทะยานขึ้นในไตรมาส2/56 พร้อมจุดซื้อ VSจุดขาย และการบริหารจัดการความเสี่ยง
ชาร์ตที่2:มุมมองทางเทคนิคในภาพระยะกลาง –เมื่อใช้ทฤษฎีคลื่นElliott waveมาประยุกต์วิเคราะห์จะอธิบายได้ว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส2/2556อยู่ในรอยต่อระหว่างคลื่น4ย่อย(4ในภาพ)ต่อช่วงกับคลื่น5ย่อย(5ในภาพ)ของคลื่น5ใหญ่(Vในภาพ) อธิบายได้ดังนี้
*คลื่นที่1ใหญ่ของแนวโน้มนี้(Iในภาพ)ขึ้นมาจากเขต380จุดในปี 2551 มามีจุดพีคเขต 750 จุดในปี 2552
*คลื่นที่2ใหญ่(II) ลงมาปรับฐานเขต650จุดในปี2552
*คลื่นที่3ใหญ่(IIIในภาพ)ขึ้นมาพีคเขต1150จุดในปี2554
*คลื่นที่ 4ใหญ่(IVในภาพ)ตกปรับฐานลงมาเขต845จุดในปี2554
*คลื่นที่ 5 ใหญ่(Vในภาพ)เนื่องจากคลื่นIIIใหญ่สั้น เลยมาเกิดคลื่นVใหญ่ยืดตัว จะแบ่งเป็น 5 คลื่นย่อย ดังนี้
-คลื่นที่ 1 ย่อยของคลื่นVใหญ่ขึ้นมาพีคที่เขต1250จุดในเดือนพฤษภาคม 2555(1ในภาพ)
-คลื่นที่ 2 ย่อยของคลื่นVใหญ่ตกพักฐานลงมาเขต1100จุดในเดือนมิถุนายน2555(2ในภาพ)
-คลื่นที่ 3ย่อยของคลื่นVใหญ่ ขึ้นมาพีคเขต 1601 จุดในเดือนมีนาคม 2556
-คลื่นที่ 4 ย่อยของคลื่น5ใหญ่ มีเป้าหมายตกพักฐานเขต1420หรือ1450-1465 หรือ1480จุด(คือหากลงลึกสุดก็แถว1400จุดต้นๆ หรือกลางๆก็อาจเกิดไปแล้วเขต1465-1480)
โดยสถิติแล้วการตกปรับฐานคลื่นที่ 4 จะเป็นแบบZig-Zag sideway up หรือทำฐานยกสูงขึ้น และทำจุดไฮยกสูงขึ้นครับ
-คลื่นที่ 5ย่อยของคลื่นที่ 5 ใหญ่ จากนั้นคาดว่าจะปรับตัวขึ้นไปในคลื่น 5ย่อยของคลื่น5ใหญ่ ซึ่งมีเป้าหมายการขึ้นไปตั้งแต่เขต1630 หรือ1660 หรือหรือ1695-1735 กรณีดีที่สุดอาจขึ้นไปเขต1790จุด ซึ่งเป็นจุดที่เคยสูงที่สุดที่เคยทำไว้เมื่อเกือบ20ปีก่อน(เว้นแต่คลื่น5ย่อยจะยืดตัว จึงจะทำสถิติall time highขึ้นไปเขต1911 หรือ2100จุดในปีนี้)
ข้อสรุปของแนวโน้มหุ้นไทยในไตรมาส2/2556-จะเกิดการตกปรับฐานในช่วงต้นไตรมาสนี้ อาจมีเป้าหมายตกปรับฐานแย่สุดก็เขต1420 หรือ1450-1465หรือ1480 จากนั้นจะขึ้นไปในคลื่นที่5ย่อยของคลื่นVใหญ่ อาจกินบริเวณขาขึ้นน้อยที่สุดคือ1630 -1660 กลางๆเขต1700-1735 ดีที่สุดอาจเป็น1790 กรณีดีเกินคาด1911จุด เรื่องนี้จึงควรจะเกิดขึ้นในไตรมาส2นี้นะครับ(คือช่วงเดือนเมษายน ไปถึงมิถุนายน เป็นอย่างช้า)
กลยุทธ์สำคัญ
1.สำหรับนักลงทุนระยะกลางที่ทนต่อภาวะผันผวนของตลาดได้ดี ก็แนะนำถือหุ้นที่มีในพอร์ตไปเลยครับ หากทำใจได้ว่าลงมาอย่างมากก็แถว1400ต้นๆ หรือกลางๆก็1450-1465
2.หากหาจังหวะซื้อให้ทำได้2แบบ
*แบบแรก อ่อนตัวลงมาเขต1420หรือ1450-1465 หรือ1480ก็เป็นเขตที่เข้าซื้อหุ้น
*แบบที่สอง อันนี้ชัวร์กว่าครับ คือรอขึ้นไปแล้วผ่านพีคเก่าของคลื่น3ย่อย คือให้ผ่านเขต1601ขึ้นไป แล้วค่อยซื้อตามน้ำในทิศทางขาขึ้น(follow buy) กรณีนี้ไม่ต้องเสียเวลารอเสียเวลาลุ้น
จากนั้นรอไปขายที่เป้าหมาย โดยถือทดสอบด่านต่างๆ ด่านแรก1630 ถัดไป1660 หากไม่ผ่านด่านนี้ก็ขาย แต่หากผ่านได้ไปลุ้นขายเขต1695-1735จุด และหากทำท่าผ่านด่านนี้ได้ก็อาจมีการrallyรอบใหญ่ไปรอขาย1850หรือ1911-1935จุด
ผมให้น้ำหนักมากว่าจะขึ้นไปเขต1735จุด+/- บนพื้นฐานค่าP/Eระดับ14.70-15เท่า บนสมมุติฐานบริษัทมีกำไรขยายตัว ณ สิ้นปีนี้ราว21%ครับ
3.การจัดการความเสี่ยง-กรณีที่ผมคาดการณ์ผิด-หากSETลงไปลึกกว่าเขต1400ในช่วงไตรมาสนี้ ก็แปลว่าผมผิดนะครับ ตลาดเสี่ยงเปลี่ยนทางเป็นขาลงขนาดใหญ่ที่อาจลงไปเขต1290 หรือกระทั่ง1100จุดได้ ควรจะนำหุ้นที่กำไรหรือใกล้ทุนออกมาขาย
แนวโน้มการปรับฐานก่อนทะยานขึ้นในไตรมาส2/56 พร้อมจุดซื้อ VSจุดขาย และการบริหารจัดการความเสี่ยง
ชาร์ตที่2:มุมมองทางเทคนิคในภาพระยะกลาง –เมื่อใช้ทฤษฎีคลื่นElliott waveมาประยุกต์วิเคราะห์จะอธิบายได้ว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส2/2556อยู่ในรอยต่อระหว่างคลื่น4ย่อย(4ในภาพ)ต่อช่วงกับคลื่น5ย่อย(5ในภาพ)ของคลื่น5ใหญ่(Vในภาพ) อธิบายได้ดังนี้
*คลื่นที่1ใหญ่ของแนวโน้มนี้(Iในภาพ)ขึ้นมาจากเขต380จุดในปี 2551 มามีจุดพีคเขต 750 จุดในปี 2552
*คลื่นที่2ใหญ่(II) ลงมาปรับฐานเขต650จุดในปี2552
*คลื่นที่3ใหญ่(IIIในภาพ)ขึ้นมาพีคเขต1150จุดในปี2554
*คลื่นที่ 4ใหญ่(IVในภาพ)ตกปรับฐานลงมาเขต845จุดในปี2554
*คลื่นที่ 5 ใหญ่(Vในภาพ)เนื่องจากคลื่นIIIใหญ่สั้น เลยมาเกิดคลื่นVใหญ่ยืดตัว จะแบ่งเป็น 5 คลื่นย่อย ดังนี้
-คลื่นที่ 1 ย่อยของคลื่นVใหญ่ขึ้นมาพีคที่เขต1250จุดในเดือนพฤษภาคม 2555(1ในภาพ)
-คลื่นที่ 2 ย่อยของคลื่นVใหญ่ตกพักฐานลงมาเขต1100จุดในเดือนมิถุนายน2555(2ในภาพ)
-คลื่นที่ 3ย่อยของคลื่นVใหญ่ ขึ้นมาพีคเขต 1601 จุดในเดือนมีนาคม 2556
-คลื่นที่ 4 ย่อยของคลื่น5ใหญ่ มีเป้าหมายตกพักฐานเขต1420หรือ1450-1465 หรือ1480จุด(คือหากลงลึกสุดก็แถว1400จุดต้นๆ หรือกลางๆก็อาจเกิดไปแล้วเขต1465-1480)
โดยสถิติแล้วการตกปรับฐานคลื่นที่ 4 จะเป็นแบบZig-Zag sideway up หรือทำฐานยกสูงขึ้น และทำจุดไฮยกสูงขึ้นครับ
-คลื่นที่ 5ย่อยของคลื่นที่ 5 ใหญ่ จากนั้นคาดว่าจะปรับตัวขึ้นไปในคลื่น 5ย่อยของคลื่น5ใหญ่ ซึ่งมีเป้าหมายการขึ้นไปตั้งแต่เขต1630 หรือ1660 หรือหรือ1695-1735 กรณีดีที่สุดอาจขึ้นไปเขต1790จุด ซึ่งเป็นจุดที่เคยสูงที่สุดที่เคยทำไว้เมื่อเกือบ20ปีก่อน(เว้นแต่คลื่น5ย่อยจะยืดตัว จึงจะทำสถิติall time highขึ้นไปเขต1911 หรือ2100จุดในปีนี้)
ข้อสรุปของแนวโน้มหุ้นไทยในไตรมาส2/2556-จะเกิดการตกปรับฐานในช่วงต้นไตรมาสนี้ อาจมีเป้าหมายตกปรับฐานแย่สุดก็เขต1420 หรือ1450-1465หรือ1480 จากนั้นจะขึ้นไปในคลื่นที่5ย่อยของคลื่นVใหญ่ อาจกินบริเวณขาขึ้นน้อยที่สุดคือ1630 -1660 กลางๆเขต1700-1735 ดีที่สุดอาจเป็น1790 กรณีดีเกินคาด1911จุด เรื่องนี้จึงควรจะเกิดขึ้นในไตรมาส2นี้นะครับ(คือช่วงเดือนเมษายน ไปถึงมิถุนายน เป็นอย่างช้า)
กลยุทธ์สำคัญ
1.สำหรับนักลงทุนระยะกลางที่ทนต่อภาวะผันผวนของตลาดได้ดี ก็แนะนำถือหุ้นที่มีในพอร์ตไปเลยครับ หากทำใจได้ว่าลงมาอย่างมากก็แถว1400ต้นๆ หรือกลางๆก็1450-1465
2.หากหาจังหวะซื้อให้ทำได้2แบบ
*แบบแรก อ่อนตัวลงมาเขต1420หรือ1450-1465 หรือ1480ก็เป็นเขตที่เข้าซื้อหุ้น
*แบบที่สอง อันนี้ชัวร์กว่าครับ คือรอขึ้นไปแล้วผ่านพีคเก่าของคลื่น3ย่อย คือให้ผ่านเขต1601ขึ้นไป แล้วค่อยซื้อตามน้ำในทิศทางขาขึ้น(follow buy) กรณีนี้ไม่ต้องเสียเวลารอเสียเวลาลุ้น
จากนั้นรอไปขายที่เป้าหมาย โดยถือทดสอบด่านต่างๆ ด่านแรก1630 ถัดไป1660 หากไม่ผ่านด่านนี้ก็ขาย แต่หากผ่านได้ไปลุ้นขายเขต1695-1735จุด และหากทำท่าผ่านด่านนี้ได้ก็อาจมีการrallyรอบใหญ่ไปรอขาย1850หรือ1911-1935จุด
ผมให้น้ำหนักมากว่าจะขึ้นไปเขต1735จุด+/- บนพื้นฐานค่าP/Eระดับ14.70-15เท่า บนสมมุติฐานบริษัทมีกำไรขยายตัว ณ สิ้นปีนี้ราว21%ครับ
3.การจัดการความเสี่ยง-กรณีที่ผมคาดการณ์ผิด-หากSETลงไปลึกกว่าเขต1400ในช่วงไตรมาสนี้ ก็แปลว่าผมผิดนะครับ ตลาดเสี่ยงเปลี่ยนทางเป็นขาลงขนาดใหญ่ที่อาจลงไปเขต1290 หรือกระทั่ง1100จุดได้ ควรจะนำหุ้นที่กำไรหรือใกล้ทุนออกมาขาย
5หุ้นเด่นเล่นให้รวยไตรมาส2/2566อยู่ในหนังสือเล่มนี้ โทรด่วนก่อนจะตกรถ 087-7174979
วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556
ความบางตอนจากหนังสือคู่มือหุ้นไทยไตรมาส2ที่จะเผยแพร่ต่อผู้สั่งซื้อ(และท่านสมาชิก)ในวันนี้
โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์
ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 087-7174979 081-8311611 http://www.facebook.com/tontancorp
ความบางตอนจากหนังสือคู่มือหุ้นไทยไตรมาส2ที่จะเผยแพร่ต่อผู้สั่งซื้อ(และท่านสมาชิก)ในวันนี้
3.3 External factors วิกฤตการณ์คาบสมุทรเกาหลี และวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป กับทฤษฎีทำลายเชิงสร้างสรรค์ การพลิกวิกฤตเป็นโอกาสทองของการลงทุน
-วิกฤตยูโรโซน ก็คงอยู่คู่กับตลาดหุ้นโลกไปตลอดปีนี้
-ส่วนสงคราม หลังจากจบในโซนอาหรับ อาฟกานิสถานแล้วก็มาเกิดวิกฤตการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีอีกทีครับ
ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ สามารถใช้สูตรตำราทฤษฎี “ทำลายเชิงสร้างสรรค์ การพลิกวิกฤตเป็นโอกาสทองของการลงทุน”ที่ผมพูดและเขียนบ่อยๆมาประยุกต์ใช้ในการลงทุนได้ โดยขอสรุปดังนี้ครับ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ใดๆ(สงครามเกาหลี,วิกฤตยูโรโซน,วิกฤตการณ์การเมือง,ภัยพิบัติต่างๆ)จะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้น และสูตรในการลงทุนดังต่อไปนี้ เพื่อพลิกวิกฤตเป็นโอกาส
3ช่วงของการทำลายเชิงสร้างสรรค์ในตลาดหุ้น-วิกฤตการณ์ต่างๆที่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นนั้น จะมีรูปแบบ(pattern)ที่เหมือนกันทุกครั้ง คือพอจะแบ่งได้ 3 ระยะด้วยกัน
ชาร์ตที่2:ตัวอย่างของตลาดหุ้นไทยกับวิกฤตการณ์ม็อบแช่แข็งประเทศไทยเมื่อปลายปี2555ที่แบ่งเป็น3ช่วง คือช่วงแรกตกหนัก ช่วงสองทรงๆซึมๆ ช่วงสุดท้ายพอจบม็อบก็วิ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่
ชาร์ตที่3:Model 3 phaseของตลาดหุ้นไทยในวิกฤตการณ์คาบสมุทรเกาหลีล่าสุดที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเมษายน น่าจะผ่านช่วงที่ 1 มาอยู่ในช่วงที่ 2 ตอนนี้ก็แค่รอ”กระสุนนัดแรก” หรือรอ”ประกาศหยุดยิง”ก็จะเข้าสู่ช่วงที่3คือเด้งขึ้นแล้วrallyไปทำnew high..?
- ระยะแรก (เฟส1) ก่อนจะเกิดวิกฤตการณ์ ระหว่างที่ฮึ่มฮั่มใส่กันไปมาว่าจะก่อหวอดก่อการจลาจล หรือจะก่อสงครามกันนั้น ตลาดหุ้นมักจะตกกันแบบโลกาวินาศ เพราะความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจว่าจะบานปลายไปเป็นวิกฤตการณ์ใหญ่ กลัวจะเกิดทุพภิกขภัยสารพัด ทำให้คนในตลาดหุ้นเทขายหนีตายกันจ้าละหวั่น...ความกลัวทำให้หุ้นตกหนัก
- ระยะที่สอง (เฟส2) ในช่วงระหว่างเตรียมพร้อมไพร่พลเสบียงกรัง และออกข่าวจะเปิดเกมถล่มกัน ให้บรรลัยกันไปข้าง ตลาดหุ้นมักจะซึมกระทือ คนเลิกเล่นหุ้นกันไปส่วนใหญ่ รอดูความชัดเจน กรอบความเคลื่อนไหวมักจะแคบๆ เพราะคนทำใจได้แล้วว่าเลี่ยงภาวะสงครามไม่ได้แน่ แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงเข้ามาเล่นในตลาด…ความทรมานคือการรอคอย ตลาดหุ้นช่วงนี้จึงมักซึมๆทรงๆตัว วอลุมหดหาย
- ระยะที่สาม (เฟส3) นับตั้งแต่ช่วงเปิดสงครามใส่กัน หรือกรณีจลาจลก็คือนับตั้งแต่เกิดการปะทะกัน ที่ผมมักเรียกว่า”กระสุนนัดแรกในสงคราม” หรือ เสียงปืนแตกนัดแรก หรือระเบิดตูมแรก ไปจนกว่าจะยุติสงคราม หรือคาดเดาได้ว่าสงคราม หรือจลาจล หรือวิกฤตในครั้งนั้นจะมีผลลงเอยไปในทิศทางใด ก็แปลกที่ว่า ตลาดหุ้นช่วงนี้แทนที่จะตก ก็มักจะดีดตัวขึ้นแล้วก็วิ่งยาว ( rally) และไม่ช้าไม่นานมักจะขึ้นไปสร้างสถิติทำจุดสูงสุดใหม่ (new high)กันทุกครั้งไปเสียด้วย
ผมจึงเรียกปรากฏการณ์วิกฤตการณ์ต่างๆที่มีต่อตลาดหุ้นว่าเข้าข่าย “ ทฤษฎีสร้างสรรค์ในเชิงทำลาย เข้าทำนองว่าเมื่อมีการทำลายล้างสิ่งหนึ่งลงไป ก็จะเกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าตามมา
อย่างสมัยโบราณ เมื่ออาณาจักรกรีก-อียิปต์โบราณถูกทำลายลง หรือเสื่อมลง จึงเกิดอาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่กว่าขึ้นทดแทน และเมื่อโรมถูกทำลายล้างลง จึงเข้าสู่ยุคกลางที่มีมหาอำนาจอังฤษเป็นแดนพระอาทิตย์ไม่ตกดิน เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเกิดมหาอำนาจใหม่คือจักรวรรดิอมเริกามาแทนที่ ดังนี้เป็นต้น
ทฤษฎีสร้างสรรค์ในเชิงทำลาย (destruction creative theory)ที่ว่า สงคราม/วินาศกรรม/วิกฤตการณ์ในระดับโลกทุกครั้ง จึงเป็นโอกาสทองทุกครั้งสำหรับนักลงทุนผู้มีพฤติกรรม contrariant หรือนักลงทุนผู้ชาญฉลาดที่หาจังหวะจับทางสวนกระแสคนส่วนใหญ่ในตลาด
*แต่ทริกสำคัญคือ ไม่ใช่ช่วงแรกก็โดดเข้าช้อนซื้อเลยนะครับ เดี๋ยวรับเละ ให้รอปลายๆช่วงที่2 ได้ราคาถูกที่สุด รอวอลุมแห้งๆยิ่งดี แต่หากเบื่อรอก็เข้าตอนที่มี”ยิงกระสุนนัดแรก”ที่จะนำไปสู่จุดจบของวิฤตการณ์ แต่อย่าเพิ่งขายทำกำไรเร็วเกินไป เพราะช่วงที่3นี้ โดยสถิติมักวิ่งขึ้นไปทำนิวไฮกว่ายอดสูงเก่าก่อนตกลงมาครับ
บทที่4.มุมมองทิศทางแนวโน้มตลาดหุ้นไทยไตรมาส2/2556 แม้ไม่ดีที่สุด แต่ก็ไม่เลวซะทีเดียวในเรื่องผลตอบแทน......
วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556
ติดหล่มการเมืิองเรื่องวงจรอุบาทว์ ตลาดหุ้นไทยรั้งท้ายถูกโซนTIPทิ้งห่าง
เมื่อหุ้นไทยร่วงหนักเมื่อวันพุธ สวนทางชาวโลกที่เขาขึ้นนิวไฮ มันเกิดอะไรขึ้น
ดาวโจนส์ นิวไฮ อังกฤษ นิวไฮ ตลาดหุ้นโซนTIPอย่างอินโดนีเซีย กับฟิลิปปินส์ ทำนิวไฮ แต่หุ้นไทยร่วงลงแีรงเมื่อบ่ายวันพุธที่ 3 เมษายน
ปัจจัยพื้นฐานตลาดโซนTIP
ความเคลื่อนไหวไปในทิศทางเด ียวกันของตลาดTIPเพราะมีfun dFlowก้อนเดียวกันมาซื้อหรื อขาย แต่Pดีที่สุดในตอนนี้ ตามมาด้วยIและมีTรั้งท้าย
Indonesiaลงไปน้อยสุดเมื่อ2 สัปดาห์ก่อน และขึ้นมานิวไฮได้โดดเด่นที ่สุด
Philippinesร่วงแรงที่สุดเม ื่อ2สัปดาห์ก่อน ตอนนี้ฟื้นมาทำนิวไฮ
Thailandลงแรงพอๆกับปินส์ แต่ตอนนี้ยังไม่ไปถึงพีคเก่ า1600และยังไม่ทำนิวไฮ เมื่อบ่ายวันพุธร่วงลงมา1520จุดอีกต่างหาก
*ไทยร่วงแรงสวนทางโซนTIP
*ไทยร่วงแรงสวนทางโซนTIP
ตลาดหุ้นโซนT.I.P.ขึ้นมาเป็นโซนที่ดีที่สุดของโลก4ปีซ้อน เพราะเศรษฐกิจโลกผันผวน มีเงินทุนไหลเข้า โดยเวลานี้เมื่อพิจารณาปัจจัยพื้นฐานตลาดโซนTIP ไทยมีราคาถูกที่สุด
หุ้นโซนนี้ขึ้นด้วยกันลงด้วยกันเพราะเงินก้อนเดียวกันเข้ามาลงทุน 2สัปดาห์ก่อน ตกหนักทั้ง3ตลาด ล่าสุดอินโดนีเซียกับฟิลิปปินส์ฟื้นขึ้นทำนิวไฮ
แต่หุ้นไทยร่วงลงสวนทางอย่างแรงเมื่อวันพุธ(3เมษายนที่ใครๆก็บอกเป็นวันดี วันที่3/4/56)เพราะอะไร
เหตุที่panicตามที่ผมประมวลข่าวดูนะ กระแสข่าวเยอะ แต่อย่าไปตกเป็นเหยื่อหละครับ นักลงทุนต้องใช้วิจารณญาณด้วย
*กระแสข่าวว่าปปช.จะตัดสินนายกฯผิดเรื่องซุกหุ้น
*กระแสข่าวว่าจะยุบสภาหลังเลือกตั้ง
*กระแสข่าวว่าคลังจะออกมาตรการหลังกนง.คงดอกเบี้ย
*ไม่ได้ยินกระแสข่าวเรื่อง"อัปมงคล"
ในทางเทคนิคแล้ว มันไปชนด่าน1565แล้วไม่ผ่านก็ลง แต่ลงมาหลุดด่าน1530-1533เลยร่วงแรงครับ พอร่วงข่าวก็ว่อนท้องตลาด
ทางเทคนิคก็มีด่านสุดท้ายคือ1517-1510ครับ หากไม่หลุดจะัเด้งกลับไป1530ถัดไปก็1565 หากหลุดก็ลำบากเก็บฉากแทบไม่ทัน
*ไทยยังติดหล่มการเมืองวงจรอุบาทว์
หากว่ากันให้ถึงที่สุดว่าทำไมตลาดหุ้นไทยแย่กว่าตลาดโซนTIP เมื่อวานผมพูดยาวๆให้ฟังทางรายการรู้ก่อนรวยกว่าไปแล้วว่ามันเป็นเรื่องfundamentalครับ คือเป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองที่ว่า นักลงทุนฝรั่งเวลาเขามองเข้ามาโซนTIPนี่นะ ปินส์กับอินโดฯที่เคยติดกลุ่มประเทศการเมืองกระท่อนกระแท่นในวังวนอุบา่ทว์(ปฏิวัติ ออกรัฐธรรมนูญของทหาร จัดเลือกตั้ง จลาจล ปฏิวัติ ออกรธน.ทหารฯลฯวนไปเวียนมา)เขาผ่านช่วงวงจรอุบาทว์ไปแล้ว...แต่ของเรานี่ยัง ตอนนี้ยังสาละวนแก้รธน.อยู่ อีก(เมื่อบ่ายวานศาลก็รับเรื่อง40สว.แต่งตั้งขอให้ตัดสินเรื่องแก้รธน.ว่าทำได้หรือไม่ได้?)เดี๋ยวก็ประท้วง จลาจล ปฏิืวัติ
เวลาฝรั่งมาลงทุนโซนนี้ เขาเดาทางได้ครับว่าเมื่อNINOYครบเทอม อีก8ปีข้างหน้่าใครจะมาเป็นปธน.ปินส์ ใครจะเป็นรมต.คลัง นโยบายจะไปทางไหน อินโดฯก็เหมือนกัน
แต่เมืองไทยนี่ฝรั่งมันงง รัฐบาลนี้จะอยููู่ครบเทอมไหม ปฏิวัติ จลาจลจะเกิดเมื่อไหร่ ไอ้โครงการ2ล้านๆนี่มันจะแท้งหรือจะรอด อย่าไปว่าสมัยหน้าใครจะมาเป็นรัฐบา่ล ใครจะเป็นทีมงานศก. หรือนโยบายศก.จะไปยังไง...
เงินทุนฝรั่งที่ไหนมันจะทุ่มมา ฝรั่งมันอาจจะบ้า แต่ว่ามันไม่โง่ครับ....เรื่องนี้ยาว เอาสรุปสั้นๆแค่นี้พอ
******ต่อเนื่องจากที่ผมพูดเรื่องไทยเราอ่อนแอกว่าโซนTIP ด้วยภูมิรัฐศาสตร์ เลยขอขยับเรืิ่องนี้นิดหน่อยเป็นเชิงอรรถของเรื่องนะครับ
*การเมืองสำคัญต่อตลาดหุ้นอย่างไร?
*ปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง เป็นเรื่องอันดับแรกของประเมินcredit ratingของบริษัทจัดrartingชั้นนำอย่าง S&P MOODY'S FITCH
*ปัจจัยเสี่ยงทางการเมืิองเป็นภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจอันดับแรกที่fundประเภทสถาบันพิจารณาก่อนจะไปลงทุนที่ใด
*ไม่เสมอไปว่าประเทศประชาธิปไตยจ๋าจะมีแต้มต่อ แต่เงินทุนสากลจะไปลงทุนที่ไหนเขาจะดูเรื่องเสถียรภาพและความต่อเนื่องของรัฐบาล และนโยบายรัฐกิจเป็นหลัก
*ที่สำคัญภาวการณ์ทางการเมืองต้องอยู่ข่ายที่จะทำนายพยากรณ์ได้ ไม่ใช่วุ่นวายไร้เสถียรภาพ
*นักลงทุนต่างชาติมักมีข้ออ้างว่าถึงการเมืองไทยจะทำนายยาก แต่ไม่มีปัญหาเพราะจุดใหญ่ของบริษัทประเทศไทยไม่ได้ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี(MD) แต่มั่นคงแข็งแกร่งด้วยเทคโนแครตในหน่วยงานต่างๆ และที่ำสคัญคือมีCEOของประเทศที่มีเสถียรภาพที่สุด แต่ช่วงต่อไปนี้ไม่ใช่แล้ว CEOคนใหม่จะเป็นใครก็ยังเดายาก
*สิ่งที่นักลงทุนต่างชาติกังวลที่สุดคือนโยบายซ้ายสุดและขวาสุด ประเภทยึดกรรมสิทธิ์เอกชนกลับไปเป็นของรัฐ(ขวาหรือซ้ายจึงอันตรายน่าหวาดหวั่นพอๆกัน หลังๆนี้ขวาคลั่งก็อยากยึดกิจการในตลาดหุ้นกลับไปเป็นของรัฐ พอๆกับซ้ายสมัยสตาลิน หรือเหมา)
*********
เปิดให้จองแล้วหนังสือคู่มือหุ้นไทยไตรมาส2/56 เขียนโดยณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ โทรสั่งจองตอนนี้ รับโปรโมชั่นพิเศษเกินคุ้มค่าถึง3รายการ
เปิดให้สั่งจองแล้วหนังสือคู่มือหุ้นเด่นไตรมาส2/2556
หนังสือเล่มนี้ไม่มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป อยากรวยต้องโทรจองค่ัะ
ส่วนนี่คือผลงานที่โดดเด่นชนะตลาดอย่างงดงามของหนังสือคู่มือตลาดหุ้นไทยไตรมาส2/2555 หรือเมื่อไตรมาส2ปีกลาย ส่วนไตรมาส2ปีนี้ จะมีผลงานดีสุดยอดแบบนี้หรือไม่ คุณๆต้องพิสูจน์เอง
*โปรโมชั่นสุดพิเศษ-สมัครสมาชิกทั้งประเภท สแตนดาร์ด และสมาชิกในระดับVIPวันนี้ รับทันที 3 ต่อ
1.รับหนังสือคู่มือตลาดหุ้นไทยไตรมาส2 ฟรี จากปกติมูลค่า2500฿
2.รับข้อมูลหุ้นเด่นผ่านSMSหรืออีเมล์ และรับคำปรึกษาการลงทุนอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ สำหรับสมาชิกในระดัีบVIP
3.เข้างานอบรมจัดพอร์ตรวยหุ้นเด่นไตรมาส2/56 ในวันที่21เมษายน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.087-7174979 หรือทางอีเมล์tontan2008@gmail.com
1.รับหนังสือคู่มือตลาดหุ้นไทยไตรมาส2 ฟรี จากปกติมูลค่า2500฿
2.รับข้อมูลหุ้นเด่นผ่านSMSหรืออีเมล์ และรับคำปรึกษาการลงทุนอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ สำหรับสมาชิกในระดัีบVIP
3.เข้างานอบรมจัดพอร์ตรวยหุ้นเด่นไตรมาส2/56 ในวันที่21เมษายน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.087-7174979 หรือทางอีเมล์tontan2008@gmail.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








