วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

คัมภีร์หุ้นไทย(1ธ.ค.):บาทอ่อน จะเป็นผลดีต่อหุ้นส่งออก จับตาหุ้นอาหาร-เกษตร และผลพวงจากปชป.รอดคดียุบพรรค กับการลุ้นล้างภาพลบหัวและบ่าดอย


โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 www.tontancorp.com
********

1.ผลของคดียุบพรรคกับตลาดหุ้น สูตรสำเร็จ3ช่วงกับการลงทุน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสหากรู้(ตามสูตรแล้วระยะที่3ควรมีnew highเกิน1055จุด)

จากที่ผมมีประสบการณ์บรรยายและเฝ้าดูสถิติของวิกฤตการณ์ต่างๆที่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา พบว่าวิกฤตการณ์ต่างๆ(เช่น สงคราม,การประท้วง,จลาจล,อภิปรายไล่รัฐบาล,คดียุบพรรค,คดียึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ) จะพบว่าแบ่งเป็น3ช่วงที่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้น

ระยะที่1 Panic sell-คือตกลงมาหนัก ก่อนจะถึงวันเกิดเหตุ เนื่องจากตลาดมีความกังวล เกรงผลกระทบตามมาเลวร้าย เลยพากันเทขายหุ้นทิ้งก่อน(อิงกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ผมว่าเกิดเหตุไปแล้วเมื่อวันศุกร์ก่อน หรือก่อนหน้านั้นตลอดสัปดาห์ก่อน)

ระยะที่2 ซึมตัว-เป็นช่วงรอผลรอการชี้ขาดรอความชัดเจน(อิงกับคดียุบพรรคก็น่าเป็นตลอดช่วงเช้าวันจันทร์ที่29 ต่อเนื่องไปถึงบ่าย ระหว่างรออัยการสรุปคำฟ้อง,ดูคุณชวน หลีกภัย แถลงแก้คดี,ดูศาลอ่านคำตัดสิน)ตลาดหุ้นจะซึมตัวแบบแกว่งแคบๆไม่ไปไหนมาไหน วอลุมซื้อขายหดตัว

ระยะที่3ชัดเจนแล้วขึ้น-คือพอรู้ผลชัดเจน(หากเป็นอภิปรายไล่รัฐบาลก็คือลงมติไว้หรือไม่ไว้วางใจ,หากเป็นจลาจลก็คือจบหรือยัง แพ้หรือชนะ หากเป็นสงครามก็คือมีการยิงนัดแรก คนรู้แล้วว่าใครจะชนะหรือแพ้ หากอิงคดียุบพรรคคือตัดสินแล้วว่า ยุบ/ไม่ยุบ/ตัดสิทธิ์ หุ้นจะขึ้นทุกกรณี ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน เพราะเกิดความชัดเจน หายคลุมเครือแล้ว)

*บางท่านอาจบอกว่า เพราะไม่ยุบปชป.หุ้นเลยขึ้น ผมก็อยากบอกว่าถึงยุบก็ขึ้นอยู่ดีนะครับตามสูตรนี้ เพราะหายความคลุมเครือแล้ว

What’s next?-โดยทั่วไปทุกวิกฤตการณ์ที่ผ่านมาเมื่อตัดสินออกมาชัดเจน ตลาดหุ้นจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่(new high) เช่นรอบนี้ก็มีโอกาสขึ้นไปเกิน1055จุด นี่หมายถึงว่าเทียบเคียงจากทุกวิกฤตการณ์ที่ผ่านมา มีสถิติแบบนี้นะครับ กรณีนี้จะเป็นข้อยกเว้นไหม นั่นก็ต้องติดตามดู...

2.แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือการแข็งค่าขึ้นของดอลลาร์ ต่างชาติขายเป็นทิศทางเชิงลบต่อตลาด แต่จะเป็นผลดีต่อหุ้นส่งออก จับตาCPF GFPTอาจมาโดดเด่น

พิจารณาจากกรณียุบพรรค ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นทั้งนั้น และตามสูตรแล้วตลาดควรต้องขึ้นทำnew highเกิน1055จุดที่เคยทำไว้ ซึ่งก็ดูเหมือนจะดี..

แต่ปัญหาที่เป็นปัจจัยลบมากต่อตลาดหุ้นเวลานี้ คือฝรั่งขายหุ้น ปัจจัยชี้นำคือดอลลาร์แข็งแล้ว และค่าเงินบาทอ่อน

ชาร์ตที่2:ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นผ่านแนวต้านdowntrendสำคัญบริเวณ 79.15 จุด มาเขต81.525จุด เช้านี้อ่อนลงมาอยู่ที่81.30จุด

แนวโน้ม เมื่อยืนเหนือdowntrend line79จุดเด็ดขาด ก็เป็นไปได้ว่า ดัชนีค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มจะแข็งค่าต่อเนื่อง (ซึ่งค่าเงินบาทจะอ่อนลง อย่างเช้านี้อ่อนลงมาเขต30.20บาท/ดอลลาร์) เป้าหมายต่อไปเขต8.52หรือ84-85จุด หรือกระทั่งเขต90จุด

ชาร์ตที่3:ค่าเงินบาท หลังจากเนนอกไหลเข้า ค่าเงินบาทได้แข็งค่ามาต่อเนื่อง แข็งสุดแถว29.45บาท/ดอลลาร์ แล้วฟื้นตัวขึ้น และกำลังทำรูปแบบราคาหัวและบ่าหงาย(Head&shoulders bottom) โดยมีหัวบริเวณ29.45 มีเส้นคอ-neck lineบริเวณ30.15บาท

ข้อพิจารณาคือ ล่าสุดได้อ่อนลงกระทั่งผ่านด่าน30.15บาท ก็อาจเปลี่ยนแนวโน้มเป็นการอ่อนลงต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายอ่อนลงไปบริเวณ31.40-32บาท/ดอลลาร์ได้ในระยะกลาง

(ล่าสุดเช้านี้อยู่บริเวณ30.22บาท/ดอลลาร์ หากผ่านก็น่าติดตามว่าจะอ่อนลงต่อเนื่องได้)

ความสัมพันธ์ของค่าเงินกับตลาดหุ้นก็คือ

ชาร์ตที่4:ความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินบาท(ภาพบน)กับตลาดหุ้น(ภาพล่าง)

ก.หากเงินดอลลาร์ ตก และบาทแข็ง ตลาดหุ้นจะขึ้นเหมือนที่ผ่านมา เพราะเงินต่างชาติไหลเข้า

ข.หากดอลลาร์ แข็ง และค่าเงินบาทอ่อน ตลาดหุ้นมักตก เพราะแปลว่าฝรั่งขายทำกำไรในตลาดหุ้น เอาเงินออก หรือเอากำไรไปช้อนซื้อเก็งกำไรค่าเงินดอลลาร์

ดังนั้น ก็ถือเป็นปัจจัยที่น่าเป็นเชิงลบกับตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ และระยะต่อไปได้ จึงควรใช้เป็นปัจจัยประกอบการตัดสินใจลงทุนที่สำคัญ สำคัญกว่าคดียุบปชป.มากเลยครับ

*Note-แม้ว่าแนวโน้มดังกล่าวจะเป็นผลลบต่อตลาดหุ้นโดยรวม แต่ก็จะเป็นผลบวกต่อหุ้นส่งออกในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์,ยานยนต์,อาหาร-เกษตร ซึ่งเราแนะนำหุ้นเด่นคือCPF GFPT(ดูรายละเอียดในบทความกระทิงทองส่องหุ้นวันนี้)

3.อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทย(SET)ยังมีลุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่ถูกกดดันจากแนวโน้มเชิงลบจากรูปแบบราคาhead & shoulders top หากหลุด978จะตกยาวไปแถว950หรือ900ได้ แต่หากยืนได้หรือขึ้นผ่านด่าน1000-1005ก็รอดตัว เป็นทางขึ้น ไปลุ้นขึ้น1017ถัดไป1030+/- หากผ่านก็มีโอกาสทำนิวไฮเกิน1055จุด


ชาร์ตที่5 SET ตอนนี้กำลังฟอร์มตัวเป็นรูปแบบหัวไหล่ดอย(Head & shoulders top) โดยจุดตัดสินสำคัญคือ

ก.ในแง่ดี-ยืนเหนือ978จุดได้ แล้วฟื้นตัวขึ้นไปปิดเหนือเขต1000หรือให้ดี1005ขึ้นไปเด็ดขาด แสดงว่าตลาดหุ้นจะดำเนินต่อไปในแนวโน้มขึ้น คือวันหรือช่วงต่อไปจะขึ้นไปด่าน1017,1025-1030และ หากผ่าน1030ก็จะไปทดสอบพีคเดิม1055 และมีโอกาสไปทำนิวไฮเขต1100-1130

ข.แง่ไม่ดี-หากSET ยืนเหนือ1000-1005และหรือลงไปหลุดด่าน978ลงไปเด็ดขาดในช่วงนี้ เช่นลงไปปิดต่ำกว่า978นี้ จะปรับตัวลงแรงและลงยาว จากโครงสร้างเชิงลบหัวบ่าดอย โดยเป้าหมายลงสุดๆคือ900ถ้วน หรืออย่างน้อย950+/-

ข้อพิจารณาที่สำคัญมีดังนี้

*กลยุทธ์สำคัญ-หากSET สามารถทำฐานยกสูงขึ้นกว่าฐานเดิมเขต978+/- หรือขึ้นมาผ่านแนวต้านdowntrend line~1000-1005ได้ในสัปดาห์นี้เด็ดขาด จะยืนยันว่าการลงไปเขต978ในสัปดาห์ก่อนนั้น ทำการลงไปจบปรับฐานเรียบร้อยแล้ว โดยจะปรับตัวในแนวโน้มขาขึ้น(uptrend)ต่อไป (ตามด่านต่างๆคือ1017,1025-1030,1055,1100-1130จุด) กรณี้นี้ให้ถือ หรือซื้อหุ้น

แต่หากหลุดต่ำกว่า978ลงไปเด็ดขาดในช่วงนี้ ให้คาดการณ์ในแง่ร้ายไว้ก่อนว่ามีโอกาสลงเป็น100จุดไปแถว900 ให้นำหุ้นที่กำไร ใกล้ทุน หรือขาดทุนไม่เกิน5%ขายออกตัดขาดทุน และรอ อาจไปรอช้อนซื้อแถว900จุด อาจนานหลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือนนับจากนี้ (ลงอย่างน้อยๆก็950จุด)

วันนี้มีกรอบแนวรับ998-1005จุด แนวต้านแรก1010 ถัดไป1017จุด



4.SET50 จุดชี้ขาดอยู่ที่ 680 จุด หากยืนได้แล้วฟื้นไปอยู่เหนือเขต700แสดงว่าจะขึ้น



กำลังฟอร์มตัวเป็นรูปแบบหัวและบ่าtop ก็จะเห็นว่ามีหัวบริเวณ735 ไหล่ซ้ายบริเวณ700 ไหล่ขวาบริเวณ710-715 จุด และneck lineบริเวณ680จุด

ข้อพิจารณาก็คล้ายSETคือ

ก.แง่ดี-หากยืนเหนือ680ได้ ก็น่าฟื้นทดสอบด่านต่างๆ ด่านแรกๆ700-710 หากผ่านก็จะไปเขต715-720จุดโดยประมาณ กรณีไม่ผ่าน715-720แล้วลง (แต่หากผ่านก็จะขึ้นไป735ถัดไป750เป้าใหญ่780)

ข.แง่ไม่ดี -หากลงมาหลุด680จุดก็จะเป็นขาลงใหญ่และยาว โดยจะลงไป650เป็นอย่างน้อย หรือยาวไปถึง600+/-

วันนี้มีแนวรับ695-693จุดแนวต้านแรก701ถัดไปต้าน707ถัดไป714-717จุด

กลยุทธ์-ระยะนี้หากยืนเหนือแนวรับเขต680ได้ก็น่าซื้อ (วันนี้แนวับ693-695) แล้วถือทดสอบด่านต่างๆคื701ถัดไป707ถ้ดไป710-715แนวต้านใหญ่เขต720+/- หากไม่ผ่านด่านนี้ก็ขายลดความเสี่ยง(เว้นแต่ว่าผ่าน และSETไปผ่านด่าน1030ในระยะสัปดาห์ก็ถือลุ้นการขึ้นไปทำnew high)

แต่หากหลุดด่าน680ลงไปเด็ดขาด น่าขายขาดทุน และหันไปเล่นอิงทางขาย หากำไรขาลง เพราะจะลงไปอย่างน้อย650 หรือลึกๆ600+/-

อบรม “ พ่อรวย...สอนลูกเล่นหุ้นให้รวย ”

- มหาเศรษฐีวอร์เรน บัฟเฟต หัดเล่นหุ้นตั้งแต่11ขวบ
- วันพ่อปีนี้ พาลูกเรียนเล่นหุ้นให้รวย อย่างถูกวิธี
- สอนทฤษฎีและปฏิบัติด้วยภาษาง่ายๆเพื่อมือใหม่หัดเริ่มต้น
- ทดลองเล่นหุ้นสนุกๆ ด้วยเงินจำลอง1ล้านบาท
- เรียนวันเสาร์ที่ 4 ธ.ค.นี้ กับอ.ณัฏฐ์ รุ่งวงษ์
-หลักสูตรนี้เหมาะสมกับนักลงทุนมือใหม่หัดเล่นหุ้นทุกวัย(ตั้งแต่เด็กไปถึงเกษียณ)
จองที่นั่งโทร. 02-927-5800 มือถือ087-7174939/087-7174979/087-7178979 เพียง 10ครอบครัวเท่านั้น


**********

เกี่ยวกับผู้เขียน

-ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 www.tontancorp.com ติดตามชมรายการเพื่อนนักลงทุนทางTNN24(UBC7)จันทร์-ศุกร์ 13.10-13.30
-ประธานกรรมการ บริษัทหลักรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด
-ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์เพื่อนนักลงทุน TNN24
-มหาบัณฑิตด้านการจัดการบริหารงานภาครัฐและภาคเอกชน NIDA
-ประกาศนียบัตรสำหรับนักบริหารระดับสูง สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตร ปปร.รุ่น10,ปรม.รุ่น3และปศส.รุ่น1
-ผู้เขียนหนังสือทีเด็ดรวยหุ้นพันล้าน(พิมพ์10ครั้งในปี2546)


*******************
สมัครสมาชิกเพื่อติดตามบทความนี้ อ่านชาร์ตประกอบ และรับหุ้นเด่น ก่อนเปิดตลาดทุกเช้า ที่ http://www.tontancorp.com/ สอบถามสมัครสมาชิก โทร.02-9275800

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น