วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

ประยุกต์ใช้โมเดล Creative Destruction สงครามสหรัฐกำจัดผู้นำอิหร่าน เป็นโอกาสในการลงทุนหุ้น

ประยุกต์ใช้โมเดล Creative Destruction สงครามสหรัฐกำจัดผู้นำอิหร่าน เป็นโอกาสในการลงทุนหุ้น
By ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ใบอนุญาตเลขที่ 012888 บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น ( ก่อตั้ง พศ.2540 อยู่ภายใต้การกำกับ ของ กลต. กระทรวงการคลัง ) 6 มีนาคม 2569 Creative Destruction Model นี้ ผมค้นคว้าและนำเสนอมาเป็นสูตรพลิกวิกฤตเป็นโอกาสลงทุนในยามเกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ รวมทั้งตอนเกิดสงครามสำคัญๆ และได้ผลดีอย่างยิ่งมาตลอด ลองนำมาประยุกต์ใช้กับวิกฤตการณ์สงครามเที่ยวนี้กันดูเลยครับ ช่วงที่ 1 ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไปเมื่อวันจันทร์ 2 และพุธที่ 4 มีนาคม เมื่อวิกฤตการณ์เริ่มต้นขึ้น คือการที่สหรัฐกับอิสราเอลล็อกเป้าโจมตีสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ส่งผลลบทางจิตวิทยาของมวลชนในตลาด จึงพากันเทขายหนีตายออกมาด้วยความแตกตื่น( Panic Sell ) ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอย่างรุนแรงมากถึง61จุด หรือติดลบ4.04% ในวันจันทร์ และร่วงลงมากถึง 177 จุด หรือลบมากกว่า8% จนตลาดหลักทรัพย์ต้องใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์หยุดการซื้อขายอัตโนมัติ กระทั่งส่งผลให้ราคาหุ้นหลายตัวลงไปมากกว่ามูลค่าที่แท้จริงมาก ๆ ( Under Value ) ช่วงที่ 2 สงครามดำเนินต่อไป ทำท่าว่าจะยืดเยื้อออกไปเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน ราคาหุ้นในตลาดนับตั้งแต่วันพฤหัสฯที่ 5 มีนาคม ก็หยุดร่วงลงแบบ Panic Sell แล้ว และเริ่มฟื้นตัวแบบทรงๆตัว เนื่องจากมวลชนในตลาดหุ้นได้พากันเทขายออกไปจนหนำใจ ก่อนหน้านี้แล้ว นรกก็จะค่อย ๆ เย็นลง แต่ตลาดจะเข้าสู่ช่วงแกว่งตัวออกด้านข้าง(Sideway) ทั้งปริมาณและมูลค่าซื้อขายจะเริ่มชลอตัวลง ราคาหุ้นจะไม่ร่วงpanicแบบไหลรูดลงแล้ว เพราะคนที่ขายก็พากันขายจนเป็นที่พอใจแล้ว(รวมทั้งคนที่ถูกบังคับขายforce sellด้วย) แต่ในทางตรงกันข้าม ฝั่งซื้อก็ยังไม่กล้าซื้อหุ้น ซื้อแล้วก็ก็ไม่กล้าถือ กำไรหน่อยก็ขาย เพราะยังขาดความเเชื่อมั่นในทิศทางตลาด และทิศทางสงคราม เนื่องจากว่าวิกฤตการณ์สงครามยังยืดเยื้อ หรือยังไม่เคลียร์ ในช่วงนี้ราคาหุ้นจึงมักจะแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ช่วงจังหวะระยะที่ 2 นี่เองที่ผมแนะนำว่าเริ่มเก็บหุ้นได้แล้วนะครับ ฝุ่นหายตลบแล้ว แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไปยาวนาน ตลาดยิ่งจะแกว่งตัวแคบ ความซบเซาทรง ๆ ปกคลุม แบบนี้เริ่มช้อนได้ ไม่มีใครแย่ง (ไม่มีใครกล้าแหย็มไล่ราคาขึ้นด้วย) แต่ถ้าท่านใด ยังไม่กล้าช้อนซื้อในช่วงนี้ ก็ให้WAIT & SEE คอยจังหวะในช่วงต่อไปครับ ช่วงระยะที่ 3 เมื่อวิกฤตการณ์สงครามสิ้นสุดลง หรือทำท่าว่าสงครามจะสิ้นสุดลง หรือกะเก็งกันว่าผลจะจบแบบไหนแบบชัดเจน (ส่วนรอบสงครามอิหร่านนี้ ฉากจบมีหลายแบบ ตั้งแต่การเปลี่ยนระบอบปกครองของอิหร่าน หรือได้ผู้นำใหม่แล้วเจรจาหย่าศึกกัน หรือไม่ก็รบกันไปเรื่อยๆแบบรัสเซียVSยูเครน จนกลายเป็นสงครามประจำถิ่น ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นกันแล้ว) เมื่อเข้าสู่ช่วงนี้แล้ว ราคาหุ้นก็จะปรับตัวทะยานขึ้น และควรบันทึกสถิติไว้ว่า ในช่วงที่ 3 นี้ราคาหุ้นจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ ( New High ) กว่ายอดไฮ หรือยอดสูงเดิมก่อนจะตกลงมาเพราะสงคราม แบบที่เรียกว่า นวตกรรมใหม่เกิดขึ้นหลังจากทำลายของเดิมลงไปแล้วนั่นเอง อย่างสงครามเที่ยวนี้เมื่อเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ว่าจะปิดฉากลงอย่างไรแล้ว ดัชนีตลาดหุ้นก็จะดีดตัวขึ้น และจะขึ้นไปทำจุดสูงใหม่กว่าที่ทำไว้ล่าสุดบริเวณ 1550 จุด ขึ้นไปทำนิวไฮ อาจจะขึ้นไปเขต1600 ถึง1650จุดในรอบใหม่ครับ ในช่วงระยะเริ่มต้นเฟสที่ 3 นี้เอง ที่ผมขอให้เคล็ดลับแนะนำแนวทางในการลงทุนไว้ว่า ให้เพิ่มพอร์ตการลงทุน หรือซื้อเพิ่มจนเต็มพอร์ต ( หรือถ้าในช่วงที่ 2 จังหวะซึมๆ ซึมกระทือ วอลุ่มบางเฉียบอย่างมีนัยสำคัญ ก็ควรเริ่มเก็บได้แล้ว แต่หากยังไม่กล้าเก็บไม่กล้าช้อนซื้อในช่วงปลายๆช่วงที่ 2 ก็ต้องมาเร่งเอาช่วงที่ 3 นี้หละครับ ) จากนั้นให้ถือครองกอดหุ้นไว้ แล้วนำไปรอขายในช่วงที่ราคาหุ้นขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ ( NEW HIGH ) เป้าหมายรอบต่อไปก็ราวๆ1650จุดครับ โชคดีมีกำไรปลอดภัยในการลงทุนทุกท่านครับ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก