วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

คัมภีร์หุ้นไทย(30ตุลาคม-2พฤศจิกายน2555):ประเมินทิศทางตลาด ยังเป็นการตกปรับฐาน ปัญหาคือฐานรอบนี้จะลงมาแค่Gap support1270หรือลึกไปเขต1250-1230 จากนั้นจะฟื้นกลับเล่นในทางขาขึ้นไปเป้าหมายใหญ่1400+/-50จุดในราวสิ้นปี หรือปีใหม่2556 ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนให้ทำดังนี้


เป้าหมายการตกเที่ยวนี้จึงไม่ใช่การหมดรอบที่เขต1315 แล้วเปลี่ยนทางเป็นขาลงขนาดใหญ่แต่อย่างใด เป็นเพียงการลงปรับฐาน ซึ่งอาจมีเป้าหมายพักฐานได้ตั้งแต่1270,1260 หรือ1245แย่สุด1235จากนั้นฟื้นตัวในรอบใหม่ไปผ่านเขตพีคเก่า1315เพื่อไปทำนิวไฮเขต1400+/-50จุด(1350-1450)เพื่อทำพีคในสิ้นปีหรือปีใหม่ มกราคม2556
ประเด็นสำคัญอยู่เพียงว่า ฐานของการตกปรับฐานรอบนี้คือ1270 หรือ1250-1230มากกว่า และเมื่อลงจบก็จะฟื้นไปทำนิวไฮ เพื่อจะไปพีคเขต1400+/-50จุด(ตั้งแต่1350ไปถึง1450จุด)ในราวสิ้นปี หรือปีใหม่2556

โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 087-7174979 081-8311611 http://www.facebook.com/tontancorp (บทความนี้เผยแพร่กับสมาชิกก่อนเปิดทำการทุกเช้า สามารถโทรสอบถามเพื่อสมัครสมาชิกเพื่อรับข้อมูลและคำแนะนำหุ้นเด่น จังหวะเ้ข้าออกแม่นยำ ไม่ขายหมู ไม่ตกรถ )

II.ตลาดหุ้นไทยอาจปรับฐานลงมาเที่ยวนี้ มึความเป็นไปได้มากขึ้นที่อาจจะแค่ปิดGAPเขต1270ฟอร์มตัวรูปแบบM-SHAPEแล้วฟื้น แต่หากหลุดด่าน1270เสี่ยงลงไป1245-1230จุด เหตุที่มองว่าปรับฐานเพื่อขึ้นเนื่องจากขึ้นไปยังไม่ครบคลื่นสมบูรณ์


ชาร์ตที่4:ดัชนีตลาดหุ้นไทย(SET)-ตกลงมาหลังไปพีครอบล่าสุดในรูปแบบDouble top บริเวณ1315จุด และลงมาต่ำกว่าฐานlowเก่า1280 เป็นภาพแนวโน้มnegative อย่างไรก็ตามยังคงยืนเหนือเขตแนวรับGap supportด้านบนบริเวณ1270+/- และเหนือเขตuptrendของspeed lineบริเวณ1270จุด+/- ประกอบกับลงมาเขตsuper oversold       เมื่อดัชนีลงมาลึกกว่าเขตbolinger band bottom ในช่วง 2 วันทำการล่าสุดนี้ ดังนั้นจึงประเมินดังนี้

ก.กรณีตกน้อยที่สุด(Best case) ลงมาแค่Gap support 1270+/-จุด โดยอาจลงมาแค่เพียงเขต1270จุดเท่าที่เกิดเมื่อ2วันทำการล่าสุด(ศุกร์และจันทร์) หรือหากลงอีกในวันนี้ไม่ลึกกว่าเขต1270+/- แล้วฟื้นขึ้นและไปปิดเหนือเขต1285จุดขึ้นไปได้เด็ดขาด แสดงว่าลงแค่นี้

จากนั้นจะฟื้นตัวกลับไปเขต1295+/- และกลับขึ้นไปด่านพีคเก่า1315+/- แล้วขึ้นไปทำนิวไฮตั้งแต่1350-1450จุด ตามทิศทางแนวโน้มขาขึ้นที่ยังขึ้นไปไม่จบสมบูรณ์(เป็นการตกปรับฐานในแนวโน้มขาขึ้น) โดยอาจไปพีคราวสิ้นปี2555 หรือปีใหม่2556

ข.กรณีตกกลางๆ(Base case)ลงมาช่วงนี้หลุดGap support1270จุดเด็ดขาด จากนั้นร่วงลงต่อไปตั้งแต่Gapล่าง1260+/- หรือเขต1ใน3ของโครงสร้างFibonacci retracementคือเขต1250-1245จุด แย่สุดคือ1230แล้วลงจบและฟื้นขึ้นรอบใหม่กลับไป1280,และไปพีคเก่า1315+/-แล้วขึ้นไปทำนิวไฮ เขต1350-1450 ตามทิศทางแนวโน้มขาขึ้นที่ยังขึ้นไปไม่จบสมบูรณ์( เหมือนข้อ ก.แต่ฐานลึกกว่าข้อ ก. เป็นการตกปรับฐานในแนวโน้มขาขึ้น) โดยอาจไปพีคราวสิ้นปีหรือปีใหม่2556

ค.กรณีตกหนักเปลี่ยนเป็นขาลง(Worse case) หลุดเขต1270เด็ดขาดจากนั้นลงไป1260 ถัดไปเขต1250-1245 หรือ1230 อาจมีเด้งสลับกลับมาบ้าง แต่ไม่เกิน1270-1280แล้วตกต่อไปหลุดด่าน1230แล้วลงไปยาวเขต12000-1205ถัดไป1180-1170 และหากหลุด1170-1180ก็น่าจะเปลี่ยนเป็นขาลงแบบลงยาว อาจไป1100หรือลึกกว่านี้(กรณีนี้คือได้เปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลงหากลงลึกกว่า1230-1250จุด)



ชาร์ตที่5และ6ดัชนีSETเมื่อพิจารณาจากElliot wave-คาดว่าเป็นการปรับฐานลงคลื่น4ย่อยๆของคลื่น3เล็ก ของคลื่น5ใหญ่(4-3-5)

Note:ดังนั้นเป้าหมายการตกเที่ยวนี้จึงไม่ใช่การหมดรอบที่เขต1315 แล้วเปลี่ยนทางเป็นขาลงขนาดใหญ่แต่อย่างใด เป็นเพียงการลงปรับฐาน

ซึ่งอาจมีเป้าหมายพักฐานได้ตั้งแต่1270,1260 หรือ1245แย่สุด1235จากนั้นฟื้นตัวในรอบใหม่ไปผ่านเขตพีคเก่า1315เพื่อไปทำนิวไฮเขต1400+/-50จุด(1350-1450)เพื่อทำพีคในสิ้นปีหรือปีใหม่ มกราคม2556

ประเด็นสำคัญอยู่เพียงว่า ฐานของการตกปรับฐานรอบนี้คือ1270 หรือ1250-1230มากกว่า และเมื่อลงจบก็จะฟื้นไปทำนิวไฮ เพื่อจะไปพีคเขต1400+/-50จุด(ตั้งแต่1350ไปถึง1450จุด)ในราวสิ้นปี หรือปีใหม่2556



กลยุทธ์ลงทุนหุ้นใหญ่ในSET50(30ตุลาคม):เป้าหมายการตก จับตาดูGap support860-863ก่อน หากยืนได้ก็อาจฟื้นตัวขึ้นเลยก็ได้ แต่หากหลุดจะตกไปเขต850-840จุด



ลงมาล่าสุดหลุดด่านฐานรับ870จุดจึงร่วงลงมาเขตแนวรับที่เปิดGapหรือเปิดหน้าต่างไว้ที่เขต863จุด+/- โดยมีข้อพิจารณาเป็นดังนี้

ก.กรณีตกน้อยที่สุด (Best case)ลงมาแค่Gap support863จุด+/-เท่าที่เกิดในช่วง2วันทำการล่าสุด หากลงอีกในวันนี้ไม่ลึกกว่าเขตนี้(หรือเต็มที่ก็ไม่ควรลึกกว่า860) แล้วฟื้นขึ้นและไปปิดเหนือเขต870จุดขึ้นไปได้เด็ดขาด แสดงว่าลงแค่นี้ จากนั้นจะฟื้นตัวกลับไปเขต880+/- และกลับขึ้นไปด่านถัดไป890+/-และพีคเก่า895+/- แล้วขึ้นไปทำนิวไฮตามทิศทางแนวโน้มขาขึ้นที่ยังขึ้นไปไม่จบสมบูรณ์(เป็นการตกปรับฐานในแนวโน้มขาขึ้น)

ข.กรณีตกกลางๆ(Base case)ลงมาช่วงนี้หลุดGap support863จุด+/-เด็ดขาด(เช่นลงลึกกว่า860) จากนั้นร่วงลงต่อไปเขต1ใน3ของโครงสร้างFibonacci retracementคือเขต845-840จุด แย่สุดคือ840+/-แล้วลงจบและฟื้นขึ้นรอบใหม่กลับไป870,880และไป895+/-แล้วขึ้นไปทำนิวไฮ ตามทิศทางแนวโน้มขาขึ้นที่ยังขึ้นไปไม่จบสมบูรณ์(เป็นการตกปรับฐานในแนวโน้มขาขึ้น)

ค.กรณีตกหนักเปลี่ยนเป็นขาลง(Worse case) ลงไปเขต840และอาจมีเด้งสลับมาไม่เกิน870แล้วตกต่อไปเขต825ถัดไป805-797หรือหลุด800แล้วลงยาว(เปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลง)

กลยุทธ์ สำหรับท่านที่มีหุ้นใหญ่ในSET50ที่มักเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกับตลาดให้พืจารณาดังนี้

1.เนื่องจากลงมาเขตoversoldมาก ดูจากราคาหลุดbolinger band bottom ประกอบกับสามารถยืนเหนือด่าน860+/-ได้2วันทำการติดต่อกัน ดังนั้นให้พิจารณาข้อ ก.ก่อน กล่าวคือยืนเขต863-860ได้หรือไม่ และขึ้นผ่าน870หรือไม่ หากผ่าน870ขึ้นไปก็กลับมาเล่นทางlongขาขึ้น

2.แต่หากหลุดเขต863+/-ลงไปเด็ดขาด ก็ให้เปิดShortเพื่อไปรอปิดเขต845-840จุด

*********



คลิปรายการเพื่อนนักลงทุน  29 ตุลาคม 2555
โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-8311611 http://www.facebook.com/tontancorp


-ตลาดหุ้นอเมริกาปิดวันนี้พายุเข้า ไทยขาดปัจจัยชี้นำ
-ดาวโจนส์ลงก่อนวันเลือกตั้ง และจะขึ้นแรงหลังเลือกตั้ง ความซ้ำรอยทางประวัติศาสตร์
-เป้าหมายตกหุ้นไทยอาจแค่ลงปิดGap1270แล้วฟื้น แต่หากหลุดจะลงไป1260-1250เต็มที่1230-1240
-กลยุทธ์กา่รลงทุน ระยะกลางถือไปรอขายเป้า1400+/-สิ้นปีหรือปีใหม่ ส่วนระยะสั้นจับตาด่าน1270ยืนได้หรือไม่ หากได้ก็พร้อมฟื้น หากไม่ได้เสี่ยงลงปรับฐานต่อ(แต่ดาวโจนส์ลงถึงเป้าพร้อมฟื้นอาจหนุนตลาดหยุดไหลแค่1270ก็ได้)
**********


เรื่องที่สอนในหลักสูตรนี้

*ดูแนวโน้มให้เป็นอ่านเทร็นด์ให้ขาดด้วยตัวคุณเอง
*จับทางให้ขาดว่าอยู่ช่วงไหนของขาขึ้นหรือขาลง(ด้่วยElliot waveง่ายนิดเดียว)
*หาเป้าหมายเข้าซื้อ หาเป้าหมายขายทำกำไร หาเป้าหมายตก อย่างแม่นยำจับวา่งด้วยตัวเลขมหัศจรรย์ไฟโบนาชชี่

*ดูสัญญาณขาขึ้นหรือขาลงด้วยกราฟแท่งเทียนอย่างง่าย
*เครื่องมือสัญญาณอย่างง่ายได้ผลแม่นยำในการหาจุดซื้อ จุดขาย จุดกลับตัว
*จับทางเจ้ามือหุ้นว่าจะลากไปเชือด หรือทุบเอาของด้วยตัวคุณเอง

เรียนไม่รู้เรื่อง เอาไปใช้งานไม่ได้ผล ยินดีคืนเงินค่าเรียน พร้อมเลี้ยงข้าวฟรี1มื้อ(สอนมาแล้ว75รุ่น มีผู้เรียนจบไปแล้วมากกว่า3,000ท่านทั่วประเทศ)

เพื่อประโยชน์ของผู้เข้าอบรม ควรทำดังนี้

*หากใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นจะดีกว่า(หากไม่เป็นก็หัดมาให้คุ้นมือก่อนมาเรียน)
*หากท่านมีโปรแกรมกราฟอยู่แล้ว เช่น efinancethau/biznews/aspen/apex/m4ก็ให้เตรียมมาด้วย(กรณียังไม่มี แนะนำให้แจ้งกับมาร์เก็ตติ้งของท่านลงโปรแกรมพวกนี้ให้ฟรีๆ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์ หรือมาร์เก็ตติ้งเขาจะมีแถมให้ลูกค้าฟรีอยู่แล้ว)
*แจ้งเบอร์อีเมล์ท่านไว้ในกรณีจองแล้ว เพื่อจะได้ส่งเอกสารประกอบการอบรมไปให้ท่านศึกษาทำความเข้าใจล่วงหน้าก่อน

สิทธิพิเศษ

ท่านที่จองงานอบรมวันนี้ ได้รับหนังสือคู่มือตลาดหุ้นไทยไตรมาส4/2555 ฟรี จากปกติมูลค่า1,300บาท

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ รายการเพื่อนนักลงทุน 29 ตุลาคม 2555:ดาวโจนส์อาจตกจบแล้วฟื้นจากเขตนี้ชี้นำให้หุ้นไทยไม่ร่วงลึก จับตาอาจแค่ลงปิดGap1270แล้วฟื้น แต่หากหลุดยังเสี่ยงตกปรับฐานต่อ พร้อมกลยุทธ์การลงทุนสั้น กลาง ยาว ทำอย่างไรดี?


คลิปรายการเพื่อนนักลงทุน  29 ตุลาคม 2555
โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-8311611 http://www.facebook.com/tontancorp


-ตลาดหุ้นอเมริกาปิดวันนี้พายุเข้า ไทยขาดปัจจัยชี้นำ
-ดาวโจนส์ลงก่อนวันเลือกตั้ง และจะขึ้นแรงหลังเลือกตั้ง ความซ้ำรอยทางประวัติศาสตร์
-เป้าหมายตกหุ้นไทยอาจแค่ลงปิดGap1270แล้วฟื้น แต่หากหลุดจะลงไป1260-1250เต็มที่1230-1240
-กลยุทธ์กา่รลงทุน ระยะกลางถือไปรอขายเป้า1400+/-สิ้นปีหรือปีใหม่ ส่วนระยะสั้นจับตาด่าน1270ยืนได้หรือไม่ หากได้ก็พร้อมฟื้น หากไม่ได้เสี่ยงลงปรับฐานต่อ(แต่ดาวโจนส์ลงถึงเป้าพร้อมฟื้นอาจหนุนตลาดหยุดไหลแค่1270ก็ได้)
**********


เรื่องที่สอนในหลักสูตรนี้

*ดูแนวโน้มให้เป็นอ่านเทร็นด์ให้ขาดด้วยตัวคุณเอง
*จับทางให้ขาดว่าอยู่ช่วงไหนของขาขึ้นหรือขาลง(ด้่วยElliot waveง่ายนิดเดียว)
*หาเป้าหมายเข้าซื้อ หาเป้าหมายขายทำกำไร หาเป้าหมายตก อย่างแม่นยำจับวา่งด้วยตัวเลขมหัศจรรย์ไฟโบนาชชี่

*ดูสัญญาณขาขึ้นหรือขาลงด้วยกราฟแท่งเทียนอย่างง่าย
*เครื่องมือสัญญาณอย่างง่ายได้ผลแม่นยำในการหาจุดซื้อ จุดขาย จุดกลับตัว
*จับทางเจ้ามือหุ้นว่าจะลากไปเชือด หรือทุบเอาของด้วยตัวคุณเอง

เรียนไม่รู้เรื่อง เอาไปใช้งานไม่ได้ผล ยินดีคืนเงินค่าเรียน พร้อมเลี้ยงข้าวฟรี1มื้อ(สอนมาแล้ว75รุ่น มีผู้เรียนจบไปแล้วมากกว่า3,000ท่านทั่วประเทศ)

เพื่อประโยชน์ของผู้เข้าอบรม ควรทำดังนี้

*หากใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นจะดีกว่า(หากไม่เป็นก็หัดมาให้คุ้นมือก่อนมาเรียน)
*หากท่านมีโปรแกรมกราฟอยู่แล้ว เช่น efinancethau/biznews/aspen/apex/m4ก็ให้เตรียมมาด้วย(กรณียังไม่มี แนะนำให้แจ้งกับมาร์เก็ตติ้งของท่านลงโปรแกรมพวกนี้ให้ฟรีๆ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์ หรือมาร์เก็ตติ้งเขาจะมีแถมให้ลูกค้าฟรีอยู่แล้ว)
*แจ้งเบอร์อีเมล์ท่านไว้ในกรณีจองแล้ว เพื่อจะได้ส่งเอกสารประกอบการอบรมไปให้ท่านศึกษาทำความเข้าใจล่วงหน้าก่อน

สิทธิพิเศษ

ท่านที่จองงานอบรมวันนี้ ได้รับหนังสือคู่มือตลาดหุ้นไทยไตรมาส4/2555 ฟรี จากปกติมูลค่า1,300บาท

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

คัมภีร์หุ้นไทย(26ตุลาคม ภาคบ่าย):เขตที่ต้องตัดสินใจสำคัญหากSETมีนิวโลว์ลึกกว่าเขต1280จุด และSET50หลุดลึกกว่าฐาน869-870ลงไปเด็ดขาด


ฮั่งเส็งร่วงแรงอิงดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงหนัก หลังนักลงทุนผิดหวังผลดำเนินงานAPPLEกำไรน้อยกว่าคาด ฉุดตลาดลง ทำให้กระทบต่อหุ้นไทยที่เป็นทุนนิยมบริวาร (ดูข่าวเพิ่มเติมเรื่องAPPLE)

โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-831611 http://www.facebook.com/tontancorp



ตลาดภาคเช้าได้อิทธิพลทางลบจากฮ่องกงลงแรง และดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลงหนัก(อิงข่าวAPPLEกำไรน้อยกว่าที่คนในตลาดวอลลฃ์สตรีทคาดหวังไว้) ทำให้หุ้นไทยลงมาหนัก ต่ำสุดภาคเช้า1279.22 ปิดภาคเช้านี้ที่1280.15 เป็นจุดก้ำกึ่งที่ต้องตัดสินใจสำคัญ จึงขออัพเดตให้ท่านสมาชิกดังนี้


1.SETที่ด่านสำคัญ และกลยุทธ์สำคัญ


ทิศทาง-ลงมาแนรวรับuptrend1279และทำฐานต่ำกว่าlowเดิม1280 หากวันนี้ลงลึกกว่าเขต1279-1280เด็ดขาด จะเสี่ยงเป็นขาลง

คำแนะนำ-1.นำหุ้นที่กำไรหรือใกล้ทุน โดยเฉพาะหุ้นในSET50หรือSET100ขายเพื่อลดความเสี่ยง อาจตกไปอย่างน้อยเขต1245-1230

หรือ2.รอดูช่วงบ่ายนี้หากหลุดด่าน1279-1280แน่ๆ ทำตามข้อแรก หากยืนได้ก็ถือลุ้นการฟื้นได้


เป้าหมายตกของSET

*BEST CASEลงน้อยสุด1270-1253เป็นGAP SUPPORTแล้วฟื้นกลับขึ้นเหนือ1280แล้วขึ้นเลย
*BASE CASEลง1ใน3เขต1240-1248 แล้วลงจบและฟื้น
*WORSE CASEเขต2ใน3หรือ50%เขต1200-1170 
*THE WORST CASEลงไปลึกกว่า1100


2.SET50 แนวโน้มและสิ่งที่ควรทำ



สถานการณ์-ราคาลงมาหลุดฐานlowเก่า870และหลุดuptrend lineเขต867-869น่าจะตกลงมาน้อยที่สุดคือปิดGAPเขต863 หรือลงไปเขต1ใน3บริเวณ850-840จุด

คำแนะนำ 1.ขายหุ้นใหญ่SET50หากเห็นลงลึกกว่า867-870เด็ดขาด และขายซ้ำหากหลุด863จุดลงไปเด็ดขาด เพราะเสี่ยงตกไปเขต850หรือ840 หรือมีความเสี่ยงของขาลงราว15-25จุดเป็นประมาณ

หรือ 2.ลุ้นภาคบ่ายวันนี้เนื่องจากover soldพอสมควร หากเด้งขึ้นไปเหนือ870เด็ดขาด ก็อาจถือต่อไปได้

เป้าหมายตกSET50

*BEST CASEลงน้อยสุด863เป็นGAP SUPPORTแล้วฟื้นเกิน870และกลับขึ้น
*BASE CASEลง1ใน3เขต840-848แล้วขึุ้น
*WORSE CASEเขต2ใน3หรือ50%เขต823-800
*THE WORST CASEลงไปลึกกว่า750



*สรุปสำคัญ

1.เนื่องจากปิดทำการภาคเช้านั้นลงมาเขตsuper oversoldมากพอสมควร(ดูชาร์ตรายนาทีด้านล่าง)และตลาดลงมาก้ำกึ่งคือปิดแถว1280จุด ก็อาจเป็นไปได้ว่าลงมาเขตนี้แล้วเด้งก็ได้ กรณีนี้ก็อาจได้ลุ้นการฟื้นตัวช่วงบ่าย ก็จะน่าถือลุ้นต่อ


2.แต่หากหลุดลงไปเด็ดขาดในภาคบ่ายก็น่าจะดีกว่าที่จะขายstop lossเพื่อตัดขาดทุนครับ


3.หุ้นเด่นไตรมาส4ที่แนะนำไว้

หุ้นเด่นไตรมาส4ทำไง? ผมว่าไม่ต้องPanic sellหรอกครับ เพราะว่า...

หากเปรียบเทียบSETกับหุ้นเด่นไตรมาส4/2555จะพบว่า หุ้นเด่นที่ผมแนะนำนั้นจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนแอกว่าSET เป็นส่วนใหญ่ เหตุผลสำคัญคือผมเอาไว้เป็นหลักบริหารความเสี่ยงว่า ในกรณ
ีที่SETเกิดพีคแล้วตก หุ้นเหล่านี้อาจไม่ตกไปในทิศทางเดียวกับตลาดSET

ราคาส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตbottom lineหรืออยู่ด้านล่าง ไม่ได้ขึ้นมาโด่งแบบเดียวกับSETนั่นเอง จึงมีความเสี่ยงของขาลงที่จำกัดมากๆ แต่อย่างไรก็ตามผมได้แจ้งจุดcut lossหากเกิดความพลิกผันไว้ในหนังสือแล้ว ให้ท่านยึดจุดดังกล่าวเป็นจุดstop loss(ซึ่งราคาตอนนี้ก็ห่างจากจุดstop lossเป็นส่วนใหญ่ครับ)



Noteจากผม:การลงทุนให้สอดคล้องกับแนวโน้มเป็นสิ่งสำคัญ และวินัยในการลงทุนเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมต้องกราบขอโทษท่านสมาชิกที่ทำให้ไม่สมหวัง จากที่ผมเคยแนะนำว่าเราจะได้ลุ้นขึ้นไปขายกันเขต1350จุด หากบ่ายนี้หลุด1280จุดลงไปแน่ ผมคงผิด และจะไม่พาท่านฝืนกระแสแนวโน้มตลาด เพราะจะพาท่านติดหุ้น ซึ่งจะแย่กว่าความผิดเดิม(แต่หากไม่หลุดแน่ทำท่าดีขึ้น ก็กลับสู่เกมไปลุ้นเป้าหมายที่จะขึ้นนิวไฮกันต่อไปครับ)

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กลยุทธ์ลงทุนหุ้นSET50 (25ตุลาคม):เป็นการตกปรับฐานเพื่อขึ้นรอบใหม่ได้ลุ้นการขึ้นทำนิวไฮ ยกเว้นแต่หลุดพังฐานเก่าเขต870จุดลงไป ค่อยขายรักษาทุนและหันมาอยู่ทางขายเพื่อหากำไรขาลงแทน



โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-8311611 http://www.facebook.com/tontancorp


หมายเหตุ:หากท่านต้องการนำคำแนะนำของผมไปประกอบการตัดสินใจซื้อขายหุ้นในSET50ได้แบบนี้ และได้ก่อนเปิดตลาดทุกเช้า สอบถามสมัครสมาชิกที่ โทร.029275800 081-8311611

ทิศทางแนวโน้มSET50-เคลื่อนไหวในทิศทางแนวโน้มขาขึ้น โดยแต่ละเที่ยวทำจุดสูงใหม่ หรือนิวไฮสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง(ดูHในชาร์ต) ขณะที่เมื่อตกลงมาแต่ละเที่ยว(ดูLในชาร์ต)ก็จะทำจุดฐานยกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของแนวโน้มขาขึ้น 

ดังนั้นก็ควรสันนิษฐานว่าการตกลงมาเที่ยวนี้ก็เป็นการตกปรับฐานในแนวโน้มขาขึ้น ดังนั้นก็ควรมีจุดต่ำสุดในรอบนี้สูงขึ้นกว่าฐานรอบก่อนที่เคยทำไว้เคย870จุด+/-(เช่นอาจจะเป็น875+/-)หรือเท่าไหร่ก็ได้ที่ไม่ลงไปลึกเกินกว่า870 จากนั้นก็ขึ้นเที่ยวใหม่ และควรไปทำจุดสูงใหม่ที่เกินกว่า895 ที่เคยทำไว้ เช่น อาจจะขึ้นไปเขต900 หรือสูงกว่าเช่น 910-925 ในรอบต่อไป 

ซึ่งหากความเคลื่อนไหวของราคายังเป็นเช่นนี้ก็แนะนำให้เทรดหุ้นในSET50โดยการอิงทิศทางขาขึ้นต่อไป คือเน้นอยู่ทางสถานะซื้ออิงทางขาขึ้น ในเวลาตกปรับฐานลงมา และขายทำกำไรตอนวิ่งขึ้นไปเป้าหมายแต่ละด่าน 

ยกเว้นแต่ว่าหากเที่ยวนี้ตกลงมาแล้วทำจุดต่ำใหม่(New low)ที่ลึกกว่าฐานเดิมเขต870จุด แสดงว่าตลาดอาจจบขาขึ้นและจะเปลี่ยนเป็นทางลง กรณีแบบนั้นให้เปลี่ยนข้างมาอยู่ทางอิงสถานะขาย เพื่ออิงขาลง และให้ขายล้างสถานะLong เพื่อรักษาทุน(โดยเราให้น้ำหนักว่าคงเป็นเพียงการปรับฐานแล้วขึ้นทำนิวไฮมากกว่าหมดขาขึ้นแล้วเปลี่ยนทิศทางแนวโน้มเป็นขาลง)

กลยุทธ์เทรดรายวัน-เปิดซื้ออิงขาขึ้นเขต875-872 แล้วถือไปขายแนวต้านต่างๆคือด่านแรก880-882ถัดไป885-888,890 (แต่มีจุดเฝ้าระวังคือหากหลุดลงลึกกว่าเขต870จุดเด็ดขาดให้ขายตัดขาดทุนเพื่อรักษาทุน แล้วเปลี่ยนข้างมาเปิดshortแทน)

กลยุทธ์รายสัปดาห์-เปิดLongเขต875-872แล้วถือทดสอบด่านแนวต้านพีคเก่า895+/-หากผ่านไปรอขาย900หรือ920(แต่มีจุดเฝ้าระวังคือหากหลุดลงลึกกว่าเขต870จุดเด็ดขาดให้ขายตัดขาดทุนเพื่อรักษาทุน แล้วเปลี่ยนข้างมาเปิดshortแทน)

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

10เรื่องของนักปั่นหุ้นที่คุณไม่รู้



โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-831-1611 http://www.facebook.com/tontancorp

คำเตือนก่อนอ่าน:บทความนี้ไม่ได้สนับสนุนให้คุณเข้าไปเป็นลูกขา ลูกวง ลูกทีม หรือเครือข่ายสายในนักปั่นหุ้น แต่เอาไว้ให้รู้ทันเกมของนักปั่นหุ้นเท่านั้น

1.นักปั่นหุ้นจะทำงานของเขาหรือเธอแบ่งเป็น 3 ช่วงด้วยกัน ขั้นแรก เก็บหุ้น ขั้นที่สอง ไล่ราคาหุ้น ขั้นที่สาม ขายหุ้น

2.นักปั่นหุ้นจะเลือกเป้าหมายปั่น เป็นหุ้นขนาดเล็กมูลค่าการตลาดหลักร้อยล้านหรือพันล้านบาท เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมราคาหุ้นให้อยู่ในกำมือ

3.นักปั่นหุ้นมักจะร่วมมือกับเจ้าของหุ้นที่จะเข้าไปปั่นราคา โดยอาจทำข้อตกลงให้ยกหุ้นทั้งหมดหรือในภาวะที่ควบคุมได้มาอยู่ในมือของนักปั่นหุ้น และอาจขอเงินสดจากเจ้าของหุ้นมาเพื่อการทำราคา เจ้าของมีหน้าที่ออกข่าวสนับสนุนเป็นระยะๆ

4.นักปั่นหุ้นจะเก็บหุ้นในกระดานช่วงแรกด้วยการทุบ นวด บีบ ปล่อยซึมยาวจนนักลงทุนรายย่อยที่ถืออยู่ทนไม่ไหวยอมคายให้หมด เมื่อเช็กจำนวนหุ้นว่าหมดอุปสรรคแล้วก็จะนำหุ้นที่ได้จากการเก็บหุ้น และหุ้นที่ได้มาจากเจ้าของหุ้นแจกไพ่กระจายไปยังทีมสังกัดโบรกเกอร์ต่างๆเพื่อไม่ให้ทางการจับได้ว่ามีการซื้อขายกระจุกตัว และนำหุ้นนั้นไปขอมาร์จิ้นจากโบรกเกอร์เพื่อนำเงินมาสร้างราคา

5.ในขั้นตอนการไล่ราคาหุ้นขึ้นนั้น นักปั่นหุ้นจะหาลูกค้าที่เป็นนักลงทุนมือใหญ่ใจหนักมารับไพ่เป็นทอดๆ เช่น หากราคาหุ้นอยู่ที่5บาทเขาจะัแจกไพ่ไปในราคา5บาทหรือมีส่วนลดกว่าในกระดาน โดยให้คำมั่นสัญญาว่าให้คุณไปขายที่ 10 บาท ซึ่งเมื่อถึงราคาที่กำหนดต้องขาย ห้ามอม เพราะนักปั่นหุ้นหาคนมารับช่วงที่10บาทไว้แล้ว(ส่วนกำไรส่วนต่างจาก5บาทมา10บาทนั้น นักปั่นหุ้นอาจขอกำไร50%หรือให้ในราคาที่ตกลงไว้ เช่น 7 บาท แต่ส่วนต่างเกินไป3บาทนักปั่นหุ้นเอาไว้เอง) จากนั้่นก็จะมีคนมารับช่วงต่อที่ 15 บาท 20 25 30 40 50 บาทเป็นทอดๆ พวกลูกค้าที่เคยได้ก็จะเพิ่้มวงเงินขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะแย่งกันแทบไม่พอ ต้องไปช่วยไล่ซื้อราคาในกระดานนอกเหนือจากที่ทำข้อตกลง ราคาหุ้นช่วงนี้จึงมักวิ่งแรง

6.นักปั่นหุ้นกับเจ้าของจะทยอยปล่อยStoryออกมาเป็นระยะว่าราคาหุ้นจะขึ้นไปเท่านั้นเท่านี้ที่ราคาเว่อร์ๆหลายเท่าตัว โดยเจ้าของหุ้นจะขยันออกข่าวมากเป็นพิเศษ มักจัดอีเว้นต์สารพัดเพื่อให้เป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ หรือซื้อหุ้นตัวเองแล้วรายงานไปยังกลต. ความเชื่อมั่นของลูกขา ลูกทีมจะมากเป็นพิเศษจนบอกปากต่อปากกันไปในลักษณะของ"ข่าววงใน"

7.ช่วงเวลาจะขายหุ้นนั้นมักมีการปล่อยสตอรี่เด็ดๆเช่น จะมีคนมาเทกโอเวอร์กิจการ รายใหญ่มีชื่อเสียงจะมาซื้อหุ้นร่วมทุน จะได้งานโครงการใหญ่น้อยสารพัด และการแจกวอร์แรนต์ ขั้นตอนนี้นักลงทุนที่ไม่ใช่ลูกวงลูกขาลูกทีมจะแห่เข้ามามืดฟ้ามัวดิน จะเป็นโอกาสให้นักปั่นหุ้นที่รวบหุ้นคืนจากลูกวงครบแล้วขายแบบโล่งๆให้แมงเม่าที่แห่มาชมกองไฟ

8.หากขายหุ้นได้ไม่ครบจำนวน อาจเกิดรายการโปรโมชั่นพิเศษกับลูกขาลูกวงอีกรอบ เช่นรับราคานี้ไปขายอีกราคาโดยไม่ชักเปอร์เซ็นต์ หรือแจกไพ่ให้โบรกเกอร์ในสายที่เคยรับงานกัน โดยมีส่วนลดจากราคาในกระดาน หรือให้เป็นโบนัสพิเศษ  หากชวนลูกตค้าซื้อได้เท่าไหร่ มีเงินทอนให้โบรกเกอร์ที่รับงาน

9.นักปั่นหุ้นเมื่อเสร็จภารกิจจะส่งมอบหุ้นคืนกับเจ้าของ พร้อมเงินต้่น แต่ผลกำไรทั้งหมดก็อาจแบ่งปันกันตามข้อตกลง ส่วนใหญ่คือ50:50 และจ่ายคืนเงินกู้กับโบรกเกอร์ และนักปั่นหุ้นจะนำผลกำไรมหาศาลที่ได้ไปเริ่มงานกับหุ้นตัวใหม่ โดยเริ่มวงจรจากข้อ1ถึงข้อ9 คือ เก็บหุ้น,ไล่หุ้น,ขายหุ้น

10.หากเกิดข้อผิดพลาดใดๆนักปั่นหุ้นจะไม่เสียหายเรื่องเงินเลย เพราะเป็นเงินของเจ้าของ หุ้นของเจ้าของหุ้น สินเชื่อมาร์จิ้นของโบรกเกอร์ เงินไล่ราคาจากลูกวงลูกขาและแมงเม่า อย่างมากหากไม่รัดกุมพอก็โดนทางการเล่นงานข้อหาปั่นหุ้น ซึ่งเมื่อถึงกระบวนการยุติธรรมก็มักหลุด เนื่องจากเขาวางแผนรัดกุมสาวถึงตัวยาก คนในกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ อัยการ ศาล)ก็มักไม่เชี่ยวชาญที่จะจัดการกับนักปั่นหุ้นได้

บทความนี้ไม่ได้สนับสนุนให้คุณเข้าไปเป็นลูกขา ลูกวง ลูกทีม หรือเครือข่ายสายในนักปั่นหุ้น แต่เอาไว้ให้รู้ทันเกมของนักปั่นหุ้นเท่านั้น

***********
เรื่องเกี่ยวเนื่องที่น่าอ่าน:

-10 เรื่องเกี่ยวกับมาร์เก็ตติ้งที่คุณไม่รู้

-10เรื่องของนักวิเคราะห์หุ้นที่คุณไม่รู้

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

10 เรื่องเกี่ยวกับมาร์เก็ตติ้งที่คุณไม่รู้

โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-831-1611 http://www.facebook.com/tontancorp

1.คนที่คุณติดต่อด้วยและเรียกเขาหรือเธอว่าโบรกเกอร์ฺเป็นประจำนั่นแหละคือMarketing หรือพนักงานฝ่ายการตลาดประจำโบรกเกอร์(บริษัทนายหน้าค้าหุ้น)

2.มาร์เก็ตติ้่งไม่จำเป็นต้องจบด้านการเงิน หรือเศรษฐศาสตร์ หรือด้านการลง

ทุนมา เขาหรือเํธอจะจบการประมงหรือนาฏศิลป์มาก็ได้ ขอให้จบปริญญาตรีและสามารถสอบSell License หรือใบอนุญาตเป็นพนักงานขายหรือพนักงานการตลาดก็พอ(ซึ่งก็มีการติวเหมือนสอบอะไรอื่นๆนั่นแหละ) และกลต.บังคับให้ต้องมีการอบรม หรือrefreshเป็นประจำทุก2ปี

3.มาร์เก็ตติ้งจะรอฟังMorning Brriefหรือประชุมบ่ายก่อนเปิดเทรดจากฝ่ายวิเคราะห์(Analyst)จากบริษัทโบรกเกอร์นั้นๆว่าภาวะตลาดเป็นอย่างไร น่าซื้อหรือขาย และมีหุ้นให้ซื้อหรือขายประัจำวัน และสามารถให้คำแนะนำการลงทุนต่อลูกค้่าได้ หากได้รับอนุญาตเป็น"ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนจากกลต."

4.ในการโทรสั่งซื้อหรือขายทุกครั้งไปที่โบรกเกอร์ มาร์เก็ตติ้งจะบันทึกการสนทนาของคุณทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานว่าคุณได้สั่งซื้อขายจริง และป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกฎกลต. เช่น ปล่อยข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปั่นต่างๆ หรือการทำผิดกฎกลต.(แต่มาร์เก็ตติ้งจะใช้มือถือโทรหาคุณเองหากมีข่าวทำนองที่ว่านี้)

5.มาร์เก็ตติ้งไม่มีเงินเดือนประจำ หรือหากจะมีก็เรียกว่าอินเทนซีฟที่บริษัทโบรกเกอร์จัดให้ แต่จะมีรายได้หลักจากค่านายหน้าคอมมิสชั่น เช่นคุณซื้อขาย1ล้านบาท จ่ายค่าคอมม์ไป2500บาท มาร์เก็ตติ้งจะได้ราวๆ700บาท ดังนั้นจึงผิดมหันต์หากคุณบอกว่าไม่รู้เรื่องหุ้นแล้วไปยกให้มาร์เก็ตติ้งจัดการซื้อขายแทนตัวคุณ เพราะมาร์เก็ตติ้งอาจจะซื้อๆขายๆบ่อยๆเพื่อหารายได้จากคอมมิสชั่นมากกว่าจะรักษาผลประโยชน์ของคุณเอง

6.มาร์เก็ตติ้งเคยได้ฉายาว่าเป็นมนุษย์ทองคำก็เพราะว่านอกจากรายได้จากค่าคอมมิสชั่นจำนวนมากหากตลาดบูมแล้วก็ยังอาจได้โบนัสงามๆจากบริษัทโบรกเกอร์อีก หากเป็นมัยบูมๆเคยมีจ่ายโบนัส24เดือนก็เคย หรือเป็น12เดือนก็มี แต่แน่นอนว่าบริษัทโบรกเกอร์ต้องตั้งเป้าหมายให้มาร์เก็ตติ้งทำยอดขาย หรือยอดเทรดให้ถึงเป้านั้นๆด้วย

7.มาร์เก็ตติ้งทุกคนจะบอกว่าพวกเขาหรือเธอไม่เคยซื้อขายหุ้นให้บัญชีตัวเอง เพราะเกรงจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน(Conflict of interest) แต่การมีบัญชีนอมินีซื้อๆขายๆนั้นเป็นเรื่องที่ทำกันแทบทุกคน(หรือจะเถียง) เหตุผลหนึ่งก็เพราะในยามตลาดซบเซาสุดๆลูกค้าแทบไม่มีรายการซื้่อขายก็พลอยได้อาศัยบัญชีนอมินีมาซื้อๆขายๆสร้างวอลุม เพราะหากไม่มีวอลุม บริษัทโบรกเกอร์ก็จะกดดันให้ลาออกอีกหละ

8.ลูกค้ามักมีความผูกพันกับมาร์เก็ตติ้งเป็นการส่วนตัวมากกว่าจะผูกพันอยู่กับบริษัทนายหน้าค้าหุ้น ก็จึงมักเห็นมีการย้ายค่าย การซื้อตัวหรือการซื้อยกทีมมาร์เก็ตติ้งกันอยู่เป็นปกติ(ที่ไม่ปกติคือพวกที่ไม่มีใครมาซื้อตัวนั่นแหละ แสดงว่าทำเงินจากวอลุมไม่เก่ง) เพราะหากลงทุนซื้อมาร์เก็ตติ้ง หรือซื้อมาร์เก็ตติ้งยกทีมไป ก็เท่ากับซื้อวอลุม ซื้อลูกค้าไปแบบยกล็อตนั่นเอง

9.มาร์เก็ตติ้งจะรู้เรื่องจังหวะซื้อขายเข้าออกด้วยชาร์ตเทคนิคน้อยมากจนน่าใจหาย หรือบางทีรู้เรื่องปัจจัยพื้นฐานแบบไม่รู้ลึก อ่านงานวิจัยก็แค่บันทัดสุดท้ายตรงประเมินมูลค่าหุ้นเหมาะสมและคำแนะนำ"ซื้อ"หรือ"ขาย"แล้วก็มาบอกต่อ พวกเขาหรือเธอมักเสาะแสวงหา"ข่าว"ประเภทที่เชื่อกันว่าข่าววงลึกวงใน ข่าวออเดอร์ขาใหญ่ ออเดอร์ฝรั่ง ออเดอร์ กองทุนซะมากกว่า แต่บางทีก็เจอสับขาหลอกกันไปมา ดังนั้นลูกค้าที่หวังพึ่งเรื่องจังหวะเข้ิาออกให้ถูกทางกับมาร์เก็ตติ้งจึงต้องคิดให้ดี(และมาร์เก็ตติ้งที่ไม่คิดจะหาความรู้เรื่องนี้ก็ระวังให้จงหนัก เพราะลูกค้าในช่วงหลังมีความรู้ดีมากๆ พวกเขาไม่เทรดตามข่าวอะไรอีกแล้ว)

10.หากมาร์เก็ตติ้งทำเสียงกระซิบกระซาบกับคุณว่าข่าวนั้นวงในมากๆให้ซื้อเดี๋ยวนี้ อาจจะแปลความไปอีกทางว่าเขาหรือเธอกำลังวางขายอยู่ และลุ้นสุดขีดให้คุณตกลงเคาะ ณ วินาทีนั้น

อย่างไรก็ตามมาร์เก็ตติ้งดีๆที่คุณพึ่งพาอาศัยได้ก็มีไม่น้อย คบๆไปซักพัก ก็จะหลงรักพวกเขา หรือเธอไปเอง


ที่เขียนมานี้่เอาเป็นว่าอันไหนที่ทำให้ไม่สบายใจกันกับมาร์เก็ตติ้งผมกราบขอโทษครับ เจตนาคือบทความชุดนี้จะเขียนไปเรื่อยๆเกี่ยวข้องกับวงการหุ้นที่ลูกค้าไม่รู้ และควรต้องรู้ไว้ เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเอง(ผมได้ยินเรื่องทำนองนี้มามากก็ประมวลมาเขียนเตือนๆกัน เช่น เอาเงินไปฝากมาร์ฯเล่นให้ ทุกอย่างขึ้นกับมาร์พาเทรด และสารพัด สุดท้ายก็แย่ทั้งมาร์ทั้งลูกค้า)

ว่าไปแล้วผมก็อยากให้ลูกค้ามาแชร์กันด้วยซ้ำครับว่ามีมาร์เก็ตติ้งที่ไหนดีๆ นักวิเคราะห์ดีๆจะได้แชร์กัน เป็นการให้รางวัลคนที่ดีมีผลงาน ทำประโยชน์ให้ลูกค้าให้วงการ พวกที่เป็นแกะดำก็จะได้่สูญหายไป

***********
เรื่องสืบเนื่อง:10เรื่องของนักวิเคราะห์หุ้นที่คุณไม่รู้

ข่าวดีที่มาผิดเวลาของSTA


ข่าวดีที่มาผิดเวลาของSTA

-จะพลิกมากำไรไตรมาส3
-จะขยายการลงทุนในพม่า
-จะขึ้นเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางอันดับ1ของโลก

แต่มาตอนที่ราคายางในAFETบังเอิญลงหลุด100บาท(อาจมาปิดGAPเขต98ไม่แย่กว่า95บาทแล้วขึ้น)

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อย่าขวัญผวากับBlack Mondayไปเลย เหตุการณ์ดาวโจนส์ตกเมื่อวันศุกร์19ตุลาคมมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่วิตกกันหรอกครับ


อดีตหลอนวอลล์สตรีท-พาดหัวข่าวของWallStreetJournalในเหตุการณ์Black Mondayเมื่อ25ปีก่อน หุ้นตกวันเดียว508จุด หรือ23%(ซึ่งหากเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบัีน หากหุ้นตก23%จะเท่ากับตก3,000จุดภายในวันเดียว!...แต่เมื่อวันศุกร์19ตุลาคมปีนี้ดาวโจนส์ลงมา205จุด ดูเหมือนตกแรงจริงอะไรจริง แต่คิดเป็นเพียง1.52%เท่านั้น)



โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-8316111 http://www.facebook.com/tontancorp
เขียนเรื่องนี้เสร็จ โพสต์ให้อ่านกันแล้วผมก็ไปออกรอบลดพุงซะหน่อยครับ หลังๆนี้อ้วนจริงอะไรจริง


เมื่อวันศุกร์ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา มีความหมายสำหรับวงการตลาดหุ้นโลกมาก เพราะเป็นวาระครบรอบ25ปีเหตุการณ์Black Monday ภาพฝังใจในอดีตได้หวนกลับมาหลอนชาวหุ้นกันอีกรอบ

เหตุกา่รณ์ที่เรียกว่าBlack Monday หรือจันทร์ทมิฬเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 1987 (พ.ศ.2530)เมื่อเกิดการร่วงลงหนักของดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นอเมริกาในชั่ววันเดียวลบไป508จุด หรือคิดเป็นร้อยละก็กว่า23% หรือเกือบ1ใน4ของดัชนีหุ้นเวลานั้น ที่ร่วงจากเขต2300จุดมาเขต1,700จุด

สื่ออเมริกันทุกสำนักมักมีรายงานเหตุการณ์ทำนองนี้เป็นประเพณีเมื่อวาระหวนมาครบรอบ แต่ปีนี้เอิืกเกริกหน่อยเพราะเป็นวาระกึ่งศตวรรษBlack Monday การโหมรายงานข่าวทั้งวี่ทั้งวัีนทั้งทา่งทีวี เคเบิล อินเตอร์เน็ตและสารพัดสื่อ พร้อมกับขู่เป็นนัยๆเตือนไว้กรายๆว่า"ระวังไว้เหอะประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย"...พอมีรายงานผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่อย่างไมโครซอฟต์ออกมา ไม่ค่อยสมหวังกันเท่าไร เลยได้เป็นตัวจุดชนวนให้มีการเทขายหุ้นออกมา

ความต่างระหว่างBlack Mondayเมื่อ25ปีก่อน กับเหตุการณ์ที่สื่ออเมริกันพยายามขานว่าเป็นBlack Fridayเมื่อวันศุกร์19ตุลาคมล่าสุดนี้ที่สำคัญก็คือว่า เมื่อ25ปีก่อนนั้่น หุ้นตกวันเดียว-508จุด หรือ-23% แต่้หากเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบัีนที่ดาวโจนสฺ์อยู่เหนือ13,000จุดนั้น หากให้หุ้นตก-23%เทียบเท่ากับBlack Mondayแล้ว จะเท่ากับตก-3,000จุดภายในวันเดียว!...

แต่เมื่อวันศุกร์19ตุลาคมปีนี้ดาวโจนส์ลงมา-205จุด ดูเหมือนว่าตกเยอะก็จริง แต่คิดเป็นการตกแค่เพียง-1.52%เท่านั้น

ครับฐาน25ปีก่อนดัชนี2,300ตกมา508จุดเลยสาหัสมากเพราะร่วงวันเดียวซะ1ใน4ส่วน แต่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้่ลงมาดูเหมือนน้องๆฺฺBlack Monday ได้อารมณ์ทำนองนั้น แต่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็จิ๊บๆ-1.52% เพราะฐานตอนนี้คือ13,000จุดครับ....คนละเรื่อง อย่างเทียบกันไม่ได้

แต่ก็ถือว่าสื่อมวลชนอเมริกัน ได้ปลุกบรรยากาศหลอนๆชาววอลล์สตรีทได้อีกวาระหนึ่ง ว่างั้น

ทิศทางดาวโจนส์-ตกปรับฐานมากกว่าจะร่วงวินาศครับ
ชาร์ตดัชนีดาวโจนส์ล่าสุด เป็นการตกปรับฐานลงมาหลังจากขึ้นไปสร้างจุดต้านในรูปแบบ2ยอด(Double top)เขต13660จุด พอไม่ผ่านก็ตามมาด้วยการตกอย่างที่เห็น โดยจะมีฐานแนวรับทั้งที่เคยเป็นเขตพีคเก่า(previous high) ทั้งเส้นแนวรับUptrend line)ก็ราวๆใกล้กับจุดที่่เทลงมาเมื่อวันศุกร์19ตุลาคมที่่ผ่านมาแหละครับคือราวๆ13,000ต้นๆมาแถว13,250จุด+/- ขณะที่เครื่องมือBolinger Bandชี้ว่าราคาหุ้นดาวโจนส์ลงมาเขตOverSoldหรือตกมากเกินไปแล้ว เพราะราคาลงมาแตะBandด้านล่างแล้ว ดังนั้นหากไม่ผิดไปจากที่ผมคาดการณ์ ในสัปดาห์หน้าเราจะได้เห็นดาวโจนส์ฟื้นขึ้น อาจกลับไปเขต13650อีกที และก็คงไปวิ่งขึ้นแรงๆหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในวันที่ 6 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ 

ล่าสุดตลาดหุ้นฮ่้องกง(ที่ไทยมักอ่อนไหวตาม)เปิดมาเช้าวันจันทร์-111จุด หรือ-0.52%แล้วค่อยกระเตื้องขึ้น ในเวลา08.30น.เหลือติดลบเพียง-48จุดเท่านั้นครับ


ส่วนทิศทางตลาดหุ้นไทยวันจันทร์ที่จะถึงนี้และสัปดาห์หน้าจะเป็นยังไง สำหรับท่านสมาชิกที่บอกรับข้อมูล การฟันธงและคำแนะนำการลงทุนแบบExclusiveจากผมก็รออ่านก่อนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์กันครับ

----------------
แนะนำอ่านเรื่องเกี่ยวข้อง:ท่านที่สั่งซื้อหนังสือคู่มือตลาดหุ้นไทยไตรมาส4/255ไป ควรอ่านในบทแรกที่ผมเขียนถึงตลาดหุ้นอเมริกามีสถิติว่ามักตกก่อนวันเลือกตั้งซักหน่อย แต่หลังเลือกตั้งจะRallyขึ้นไปเกือบ20%ในช่วงHoneymoon period (เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารที่ผมคัดมาจากตลาดหุ้นไทยไตรมาส4/2555)

เลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกา 6 พฤศจิกายน ผลต่อตลาดหุ้นทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง ต้องกำหนดกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร



วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

10เรื่องของนักวิเคราะห์หุ้นที่คุณไม่รู้




โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 081-831-1611  http://www.facebook.com/tontancorp


1.นักวิเคราะห์หุ้นมี3ประเภทคือ 

-ประเภทแรกที่ใช้ปัจจัยพื้นฐานในการวิเคราะห์
-ประเภทที่สองใช้สถิติปริมาณในการวิเคราะห์
-ประเภทที่่3ใช้ชาร์ตในการวิเคราะห์
-(แถมท้ายประเภทที่4ใช้ทั้ง3แบบรวมกัน และเรียกตัวเองว่านักกลยุทธ์)

2.นักวิเคราะห์ไม่ถูกห้ามให้เล่นหุ้น เพียงแต่ต้องแจ้งในบทรายงานวิเคราะห์ว่าเขา(หรือเธอ)มีการลงทุนในหุ้นตัวนั้นๆอยู่หรือไม่ เพื่อไม่ให้ขัดแย้งทางผลประโยชน์(Conflict of interest)

3.นักวิเคราะห์มักจะทำการวิเคราะห์หุ้นขนาดใหญ่สภาพคล่องซื้อขายมากๆ(เช่นหุ้นในSET50หรือSET100)เป็นหลักก็เนื่องจากว่าบริษัทขอให้วิเคราะห์ตามที่ลูกค้ารายใหญ่(กองทุน ฝรั่ง รายใหญ่มากๆ)ขอมา ส่วนหุ้นเล็กๆหรือขนาดกลางมักไม่ถูกวิเคราะห์

4.นักวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานจะดูผลดำเนินงานย้อนหลัง หรือ ณ งวดนั้นๆที่ประกาศงบออกมา หรือสัมภาษณ์ผู้บริหาร ประมาณการณ์อนาคต โดยวิอเคราะห์อุตสาหกรรม วิเคราะห์ธุรกิจแล้วประเมินมาเป็นราคาปัจจัยพื้นฐานที่เหมาะสม หากราคาในกระดานต่ำกว่าราคาเหมาะสม จะแนะนำให้"ซื้อ" หากราคาในกระดานสูงกว่าจะแนะนำให้"ขาย" หากราคาใกล้กันอาจแนะนำให้"ถือ" ทั้งนี้ไม่ได้สนใจว่า จังหวะเวลานั้นๆควรจะซื้อหรือขายหรือไม่ เพราะไม่อยู่ในขอบข่ายของการวิเคราะห์

5.นักวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือดูชาร์ตเป็นหลัก จะไม่สนใจเรื่องตามข้อที่ 4 แต่พวกเขา(หรือเธอ)จะสนใจว่าจังหวะเวลาสถานการณ์นั้นๆควรเข้าซื้อ หรือถือ หรือขาย และหากซื้อหรือขายแล้วหุ้นมีเป้าหมายจะตกไป หรือขึ้นไปเท่าไหร่ โดยที่ไม่ได้สนใจว่าพื้นฐานหุ้นตัวนั้นเป็นอย่างไร โดยพวกเขา(หรือเธอ)มีสมมุติฐานว่าราคาหุ้นได้สะท้อนต่อปัจจัยพื้นฐานในอดีต ณ ปัจจุบัน และในอนาคตไว้ในความเคลื่อนไหวของราคาแล้ว

6.นักกลยุทธ์การลงทุนจะนำจุดเด่นของนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน(ตามข้อ4) และนักวิเคราะห์ทางเทคนิค(ตามข้อ5)มาผสมกัน โดยหากเห็นพื้นฐานดีหรือแย่ก็ไปหาจุดซื้อหรือขายด้วยชาร์ตทางเทคนิค และอาจนำข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยทั้งภายใน ภายนอกเข้ามาประมวลร่วมด้วย ก่อนกำหนดกลยุทธ์การลงทุน

7.ที่นักวิเคราะห์เขียนหรือพูดว่าหุ้นมีแนวรับหรือแนวต้านเท่าไหร่ แทนที่จะพูดหรือเขียนว่าให้ซื้อหรือขายเท่าไหร่ ก็เพราะแม้นักวิเคราะห์ฺคนนั้นๆจะมีใบอนุญาตจากกลต. แต่การพูดหรือเขียนเผยแพร่ทางสื่อ ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาคมนักวิเคราะห์อีกด้วย หากไม่ได้รับอนุญาตจะแนะันำซื้อหรือขายไม่ได้ ก็เลยต้องบอกเป็นแนวรับ หรือแนวต้านแทน

8.ที่นักวิเคราะหฺ์เขียนรายงานเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ได้เพื่อทำให้รายงานนั้นดูดี หรือดูว่าเธอหรือเขาเก่งภาษาอังกฤษ แต่เพราะว่ามีลูกค้าชาวต่างประเทศอ่านอยู่้ด้วย (ส่วนลูกค้าคนไทยจะไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร...ก็อยากอ่านไม่รู้เรื่องเอง อิอิ)

9.นักวิเคราะห์ไม่มีรายได้เป็นค่าคอมมิสชั่น หรือรายได้พิเศษอะไรอื่นจากบริษัทโบรกเกอร์ นอกจากเงินเดือน และโบนัสประจำปีั พวกเขาหรือเํธอจึงไม่ใช่มนุึษย์ทองคำ(แบบพนักงานการตลาด หรือมาร์เก็ตติ้ง) เวลาบริษัทโบรกเกอร์แย่ๆก็มักจะเล็งมาลดเงินเดือนหรือปลดนักวิเคราะห์ก่อนฝ่ายอื่นๆเสมอ ทำให้วงการเสียนักวิเคราะห์ดีๆไปมาก ต้องหนีไปเป็นมาร์ หรือทำงานเป็นผู้จัดการกองทุนไป

10.นักวิเคราะห์เป็นอาชีำำพเทกระโถนประจำวงการ หากผิดมา มาร์เก็ตติ้งจะบอกว่านักวิเคราะห์ห่วย แต่หากถูกมา มาร์เก็ตติ้งจะได้หน้า ได้ตังค์ ได้หลั่ลล๊ารางวัลพิเศษ

เราจึงเรียกอาชีพนี้อีกอย่างว่านักรับเคราะห์

แถมอีกข้อ 11.นักวิเคราะห์์หรือสมาคมนักวิเคราะห์ไม่เคยหยิบยกประเด็นที่ถูกนิืนทาว่า"รับงาน"รายใหญ่(ฝรั่ง กองทุน รายใหญ่มากๆ)ในการเชียร์ซื้อเพื่อให้ขาใหญ่ออกของ หรือเชียร์ขายเพื่อให้ขาใหญ่เก็บศพแต่อย่างใด และเสียงนินทาก็มีมาทุกสมัย

สมาคมนักวิเคราะห์จัดการแก้ไขเรื่องนี้ด้วยการนำบทวิเคราะห์มาเปรียบเทียบ หรือConsensusกัน เพื่อให้นักลงทุนได้พิจารณาเปรียบเทียบอย่างรอบด้านแทน

ตัวอย่างConsensus (อยากดูตัวไหนก็ใส่รายชื่อเข้าไปตรงมุมขวาบนแล้วคลิ้กEnter)

http://www.settrade.com/AnalystConsensus/C04_10_stock_saa_p1.jsp?selectPage=10&txtSymbol=BANPU

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เป็นสมาชิกของบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนต้นธาร(อาจารย์ณัฐวุฒิ)ได้ประโยชน์อะไรบ้าง

รูปภาพ : ทำไมหุ้นแบงก์ใหญ่ลง และหุ้นน้ำมัน เคมีขึ้น?

(ด้านล่างนี่เป็นข่าวและคำแนะนำที่ผมแจ้งให้สมาชิกของเราทราบตอนเช้าเมื่อวานครับ)


มุมอินไซด์(17ตุลาคม2555)-ข่าวกระทบตลาด และหุ้นในข่าวที่น่าสนใจ

1.วันนี้คาด กนง. มีแนวโน้ม ลด ดอกเบี้ยฯตามทิศทางภูมิภาค  จากการเซอร์เวย์ของสำนักข่าวBloomberg consensus คาด กนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.75% / คาดบวกต่อกลุ่มเช่าซื้อ (เน้นหุ้นตัวเล็ก คือTISCO TCAP KK) บ้านจัดสรร  แต่เป็นผลลบต่อแบงก์ใหญ่ เพราะรายได้ลด ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย(Net Interest Margin-NIM) ลด โดยผมแนะนำให้ขายSCBไปก่อนหน้านี้เขต170บาม   

ความเห็น:ที่เด่นคือTISCOผ่านแนวต้านหัวบ่าหงายขนาดใหญ่ เมื่ออ่อนลงยืนเหนือ43+/-ผมคิดว่าจะฟื้นไป50-53บาท ให้รอขายเขต50+/-หรือ53-55บาท สำหรับหุ้นแบงก์ใหญ่นั้น ผมแนะนำให้ขายSCBไปก่อนหน้านี้เขต170บาม   
 
2. ลุ้นจีนเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อนจะรายงาน จีดีพี 3Q12F วันพฤหัส18ตุลาคมนี้ คาดลดลงจาก 7.6% y-y(คาดจีนส่งสัญญาณออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนเปิดประชุม Communist Party Congress ครั้งที่ 18 วันที่8 พย.นี้) จะเป็นผลบวกต่อหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ ถ่นนหิน(BANPU) น้ำมัน(TOP ESSO IRPC PTTGC) สินค้าเกษตร(STA TRUBB KSL)

3.ADVANCเสนอราคาประมูล3Gสูงสุด เป็นข่าวบวก อาจทำให้ฟื้่น แต่สัญญาณเทคนิคแย่มาก หากเด้งขึ้นให้ขาย(อ่านรายละเอียดในกระทิงทองส่องหุ้นวันนี้ครับ หากมีควรขายทั้งADVANC INTUCH ช่วงดีดตัวขึ้น)

4.ฝ่ายวิจัยบล.XXXคาดIRPCจะฟื้นมามีกำไร2.26พันล้านบาทในQ3โดยมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน ให้เป้าหมายพื้นฐาน4.96บาทต่อหุ้น(ดูไฟล์แนบประกอบ)

ความเห็น:ผมคิดว่าหุ้นน้ำมันทุกตัวที่าเคยขาดทุนสต๊อกน้ำมันในQ2จะฟื้นมากำไรหมดทั้งTOP PTTGC ESSO IRPC สำหรับIRPCมีความน่าสนใจตรงที่พักฐานในรูปแบบBullish divergence หากผ่านแนวต้านรูปแบบธงเขต4.16-4.20และหากเห็นวอลุมเข้ามากๆ แนะนำ"เล่นเก็งกำไร"เป้าหมายน่าrallyไปเขตxxxบาท และไปรอขายวันงบออก แบบsell on fact

5.โบรกเกอร์บล.กสิกรไทยเริ่มให้ความเห็นแนะนำซื้อKSLโดยมองว่ากำลังเข้าสู่ช่วงที่ยอดขายดีที่สุดประจำปี

ความเห็น:ทยอยสะสมเข้าพอร์ตรับข่าวดีๆหลายเรื่อง(อ่านรายละเอียดตามกระทิงทองส่องหุ้นเมื่อ2วันก่อน และคู่มือหุ้นไทยไตรมาส4)

ทำไมหุ้นแบงก์ใหญ่ลง และหุ้นน้ำมัน เคมีขึ้น?ในวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 

(ด้านล่างนี่เป็นข่าวและคำแนะนำที่ผมแจ้งให้สมาชิกของเราทราบตอนเช้าเมื่อวานครับ)


มุมอินไซด์(17ตุลาคม2555)-ข่าวกระทบตลาด และหุ้นในข่าวที่น่าสนใจ

โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ที่ปรึกษาการลงทุนใบอนุญาตเลขที่12888 บลป.ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โทร.029275800 โทรมือถือ 081-831-1611 





1.วันนี้คาด กนง. มีแนวโน้ม ลด ดอกเบี้ยฯตามทิศทางภูมิภาค จากการเซอร์เวย์ของสำนักข่าวBloomberg consensus คาด กนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.75% / คาดบวกต่อกลุ่มเช่าซื้อ (เน้นหุ้นตัวเล็ก คือTISCO TCAP KK) บ้านจัดสรร แต่เป็นผลลบต่อแบงก์ใหญ่ เพราะรายได้ลด ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย(Net Interest Margin-NIM) ลด โดยผมแนะนำให้ขายSCBไปก่อนหน้านี้เขต170บาม 

ความเห็น:ที่เด่นคือTISCOผ่านแนวต้านหัวบ่าหงายขนาดใหญ่ เมื่ออ่อนลงยืนเหนือ43+/-ผมคิดว่าจะฟื้นไป50-53บาท ให้รอขายเขต50+/-หรือ53-55บาท สำหรับหุ้นแบงก์ใหญ่นั้น ผมแนะนำให้ขายSCBไปก่อนหน้านี้เขต170บาม 

2. ลุ้นจีนเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อนจะรายงาน จีดีพี 3Q12F วันพฤหัส18ตุลาคมนี้ คาดลดลงจาก 7.6% y-y(คาดจีนส่งสัญญาณออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนเปิดประชุม Communist Party Congress ครั้งที่ 18 วันที่8 พย.นี้) จะเป็นผลบวกต่อหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ ถ่นนหิน(BANPU) น้ำมัน(TOP ESSO IRPC PTTGC) สินค้าเกษตร(STA TRUBB KSL)

3.ADVANCเสนอราคาประมูล3Gสูงสุด เป็นข่าวบวก อาจทำให้ฟื้่น แต่สัญญาณเทคนิคแย่มาก หากเด้งขึ้นให้ขาย(อ่านรายละเอียดในกระทิงทองส่องหุ้นวันนี้ครับ หากมีควรขายทั้งADVANC INTUCH ช่วงดีดตัวขึ้น)

4.ฝ่ายวิจัยบล.XXXคาดIRPCจะฟื้นมามีกำไร2.26พันล้านบาทในQ3โดยมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน ให้เป้าหมายพื้นฐาน4.96บาทต่อหุ้น(ดูไฟล์แนบประกอบ)

ความเห็น:ผมคิดว่าหุ้นน้ำมันทุกตัวที่าเคยขาดทุนสต๊อกน้ำมันในQ2จะฟื้นมากำไรหมดทั้งTOP PTTGC ESSO IRPC สำหรับIRPCมีความน่าสนใจตรงที่พักฐานในรูปแบบBullish divergence หากผ่านแนวต้านรูปแบบธงเขต4.16-4.20และหากเห็นวอลุมเข้ามากๆ แนะนำ"เล่นเก็งกำไร"เป้าหมายน่าrallyไปเขตxxxบาท และไปรอขายวันงบออก แบบsell on fact

5.โบรกเกอร์บล.กสิกรไทยเริ่มให้ความเห็นแนะนำซื้อKSLโดยมองว่ากำลังเข้าสู่ช่วงที่ยอดขายดีที่สุดประจำปี

ความเห็น:ทยอยสะสมเข้าพอร์ตรับข่าวดีๆหลายเรื่อง(อ่านรายละเอียดตามกระทิงทองส่องหุ้นเมื่อ2วันก่อน และคู่มือหุ้นไทยไตรมาส4)





************





มีถามมาหลายท่านว่า ผมมีสมาชิกประเภทไหนบ้าง แล้วได้ประโยชนฺอะไรบ้าง?








เรามีผลิตภัณฑ์หลายแบบที่เหมาะสมกับท่าน หากอยากสมัครสมาชิก

1.ไม่มีความรู้เรื่องหุ้น หรือTFEXเราจัดอบรมให้(มี5คอร์ส ตั้งแต่้มือใหม่หัดรวยไปจนมือเซียนขั้นเทพ)
2.ไม่มีข้อมูลข่าวสารหรือพี่เลี้ยงเก่งๆเราจัดให้(ผ่านทางอีเมล์หรือSMS)
3.ต้องการพี่เลี้ยงดูแลใกล้ชิดในการบริหารจัดการการลงทุน เรามีให้ท่านสมัครเป็นสมาชิกVIP(วงเงินลงทุนขั้นต้นเริ่มที่10ล้านบาท ส่วนสูงสุดเราไม่จำกัด เพราะพันล้านหรือหลายพันบ้านบาทเราก็ช่วยให้คำปรึกษาจัดการการลงทุนให้อยู่)

สอบถามที่ 081-8316111(สำหรับสมาชิกVIP) สอบถามสมัครผลิตภัณฑ์อื่นๆ02-9275800ครับ