วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

10 เรื่องที่คนไทยเข้าใจผิดมากที่สุดเกี่ยวกับตลาดหุ้น และความจริงที่คุณคาดไม่ถึง



เทปสัมภาษณ์เปิดตัวโครงการสานฝันเริ่มต้นด้วยพันบาท โดย ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์
ประธาน บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด
มีคำกล่าวของนักเลงหุ้น เจ้าของพอร์ตลงทุนระดับหลายพันล้านบาทในตลาดหุ้นไทยว่า “การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง หากมีความรู้ก็ไม่เสี่ยงหรือเสี่ยงต่ำ หากไม่รู้ ก็คือความเสี่ยง”...

สรุปว่าความไม่รู้นั่นแหละคือความเสี่ยงที่สำคัญ

ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และในฐานะที่ผมเป็นที่ปรึกษาการลงทุนมานานกว่า 20 ปีเป็นประธานบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ที่ยาวนานมากกว่า 15 ปี คลุกคลีวงในหุ้น นักลงทุน เทรดเดอร์ รวมทั้งแมงเม่า แมงหวี่ แมงวัน สารพันแมงมานาน เห็นคนรวยด้วยหุ้นมารุ่นแล้วคนเล่า เห็นคนเจ๊งหุ้นมาคาตามานักต่อนัก อยากถอดประสบการณ์ตรงของผมมาแบไต๋ให้รู้กันว่า... ความไม่รู้คือความเสี่ยงสำคัญนั้นจริงครับ และความไม่รู้จริงหรือรู้มาผิดๆนั้นเป็นความเสี่ยงมากกว่า น่ากลัวโคตรๆ

ผมกลั่นจากเรื่องจริง ประสบการณ์ตรง ตัวจริง เจ็บจริง รวยจริง ในเรื่องของความรู้ไม่จริง ความเชื่อทัศนคติผิดๆ 10 เรื่องที่ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ (คือมากกว่า 80% ของคนที่เข้ามาเล่นหุ้น) เจ๊ง ล้มเหลว เสียหายในตลาดหุ้น.. พร้อมกับ “ปรับทัศนคติ” (โดยไม่ต้องพาคุณๆเข้าค่ายทหาร 7 วัน) ให้คุณๆมีความรู้ถูกต้อง มีสัมมาทิฎฐิ มีความรู้จริง เหมือนกับที่คนส่วนน้อย (คือราวๆ 20% ของนักลงทุนในตลาดหุ้น) ผู้ประสบความสำเร็จ รวยหุ้น มั่งคั่ง มีความสุขเขาทำกัน คิดกัน

ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่องหุ้น ให้อ่านแล้วทำ หากคุณรู้มางูๆปลาๆ รู้ไม่จริง รู้มาผิดๆ มีมิจฉาทิฎฐิ มีความเชื่อทัศนคติผิดๆให้อ่าน 3 รอบ แล้วคิดใหม่ ทำใหม่ ยังแก้ไขทัน เปลี่ยนจากเจ๊งไปรวยหุ้นได้ ผมเชื่อ!

แต่ถ้าหากคุณคิดว่าคุณรู้ดีแล้ว ผมขอท้าให้คุณอ่าน 1 รอบ แล้วตอบมาตรงๆว่า แน่ใจนะว่าคุณรู้แล้ว..?!

....................................................


ขอประเดิมด้วยเรื่องแรกครับ:1. คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น...

แต่ก่อน สมัยโบราณ ความเข้าใจนี้น่าจะมีส่วนจริง แต่ถึงตอนนี้ไม่ใช่ชัวร์ๆครับ
ความจริงมีอยู่ว่า...
คุณๆสามารถจะเริ่มลงทุน หรือที่เรียกกันติดปากว่า “เล่นหุ้น” ด้วยเงินแค่พันเดียวเท่านั้นครับ

ถ้าไม่เชื่อก็เดินเข้าไปที่ธนาคารสาขาไหนก็ได้ใกล้บ้าน ถามหากองทุนชื่อ “สานฝันเริ่มต้นที่ 1,000 บาท” คุณก็สามารถเริ่มเล่นหุ้นได้ทันทีครับ

หรือถ้าชอบวิธีเปิดบัญชีใหม่ ซื้อ-ขายหุ้นด้วยตัวเอง ตอนนี้บริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์ หรือเรียกกันติดปากว่า “โบรกเกอร์” หลายๆรายเขากำหนดว่าให้เปิดบัญชีสตาร์ทเบาๆที่ 5,000 บาท เท่านั้นแหละครับ เอาเป็นว่าใครมีเงินเดือนหมื่นนึงหรือแม่ค้าตลาดสดมีเงินหมุน พี่วินมอไซค์เงินพอมีเก็บ หรือน้องๆนักศึกษาที่เจียดค่าขนมใส่กระปุกเป็นเงินออม พี่น้องเกษตรกรที่ขายข้าวขายยางขายมันสำปะหลังได้เงินมาเป็นก้อน จะเจียดมาออมผ่านตลาดหุ้นบ้าง ก็ไม่ได้เป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมแต่อย่างใด ง่ายกว่าที่เคยคิดไว้เยอะครับ
แทงหวยสิครับยังต้องใช้เงินหมดเปลืองกว่าเล่นหุ้นเยอะแยะ แต่ละงวดที่ผมเห็นมากับตานี่ปาเข้าไปคนละหลายพันยันหลายหมื่น ข่าวหนังสือพิมพ์ลงบ่อยไปว่า บางคนรวบรวมล็อตเตอรี่เก่ามาทำเป็นวอลล์เปเปอร์ปิดฝาบ้าน มูลค่ารวมๆ 4-5 ล้านบาท (นี่ยังไม่นับหวยใต้ดินที่แทงหนักกว่าลอตเตอรี่รัฐบาลกันอีกนะ)

หวยนี่อย่างที่รู้ๆ กัน เราท่านซื้อเช้าวันหวยออกก็จะมีความฝันและมโนความสุขอยู่ได้แค่ครึ่งค่อนวัน พอซักตอน 4 โมงเย็น หวยออกก็หน้าเหี่ยว แถมหัวโต หาตังค์ไปจ่ายหนี้ค่าหวยให้หายกัน ไม่งั้นเจ้ามือขึ้นบัญชีดำห้ามแทงงวดต่อไป พาลจะลงแดงกันง่ายๆ แต่หากเอาเงินมาเล่นหุ้นนี่มีลุ้น 2 เด้ง ทั้งเงินปันผล และผลกำไรส่วนต่าง เล่นให้เป็นหน่อยเงินต้นอยู่ครบ ต่างกับหวยเห็นๆ

ด้วยความเข้าใจผิดๆเรื่อง “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” นี่เองทำให้คนไทยเกือบ 70 ล้านคนทั่วประเทศ มีที่เปิดบัญชีเล่นหุ้นกันเพียง 1 ล้านบัญชี คือราวๆ ไม่ถึง 1.5% ต่างกันลิบลับกับประเทศเจริญแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาที่มากกว่า 75% ของครัวเรือนประชากรชาวอเมริกันที่มีการลงทุนเล่นหุ้น

ลองคิดดูนะครับหากคนไทยทั่วประเทศพากันเลิกแทงหวย แล้วเปลี่ยนเงินก้อนมหึมานั้นมาลงทุนมาออมผ่านตลาดหุ้น จะเกิดผลดีมหาศาลต่อเศรษฐกิจของชาติขนาดไหน เป็นประโยชน์ต่อครัวเรือน ต่อเศรษฐกิจของแต่ละคนมากมายอย่างไร...คิด!

...............


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น