วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2564

FED เศรษฐกิจ และตลาดหุ้น:ความจริง และความเข้าใจผิดๆ


 
By ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ เลขที่ใบอนุญาต12888

บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษการลงทุนต้นธารคอร์ปอเรชั่น
(ก่อตั้งพศ.2540อยู่ใต้การกำกับกลต.)
17 มิถุนายน 2564
มาดูสถิติสำคัญๆเรื่องFEDขึ้นดอกเบี้ย และผลต่อตลาดหุ้นกันดูนะครับ
1.นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) มาถึงเวลานี้ FED ได้ขึ้นดอกเบี้ยมาแล้ว 14 ช่วงเวลา หนล่าสุดคือตอนปี2016
2.การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น จะเป็นซีรีส์ ไม่ใช่ตูมเดียวจบ แต่ละครั้งจะกินเวลาประมาณ 1-2 ปี
-โดย 8 ครั้งกินเวลาไม่เกิน 1 ปี
-อีก 6 ครั้ง กินเวลา 2 ปี
3.มากถึง 12 ใน 14 ครั้งที่ FED ขึ้นดอกเบี้ย แล้วส่งผลให้ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง(รวมทั้งเที่ยวล่าสุดเมื่อปี2016ด้วย)
4.เฉลี่ย 3ปีครึ่ง ภายหลังจาก FED ขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะย่างเข้าสู่ขาลง เพราะต้นทุนการเงินสูง และหุ้นจะตกต่ำ
ที่ชัดเจนในเรื่องนี้คือ

*หลังขึ้นดอกเบี้ยในคราวปี 1983 หุ้นวิ่งขึ้น ต่อมาอีก 4 ปี เกิดเหตุการณ์Black Monday ในปี 1987
*คราวขึ้นดอกเบี้ยในปี 1994 หุ้นแรลลี่ขาขึ้น มาเกิดเหตุวิกฤตต้มยำกุ้งของไทยและกระทบทั่วเอเชียในปี1997 หรือ 3 ปีหลังขึ้นดอกเบี้ย
*รอบขึ้นดอกเบี้ยในปี 2004 หุ้นวิ่งขาขึ้น พบว่าหลังจากนั้น 4 ปี คือ ปี 2008 เกิดวิกฤตซับไพร์มโลน นำไปสู่วิกฤตการณ์ HAMBURGER CRISIS และหุ้นอเมริการ่วงหนัก ฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงตามมา)
*หนล่าสุดตอนขึ้นดอกเบี้ยรอบปี2016-ผมเคยเขียนพยากรณ์ไว้ว่า ถ้าเป็นไปตามอัตราเฉลี่ยนี้ ตลาดหุ้นอเมริกาและหุ้นโลกจะวิ่งขึ้น และจากนั้นเศรษฐกิจจะเข้าสู่วัฏจักรขาลงและเจอวิกฤตในราวปี 2019-2020 โดยประมาณ(ดูที่ผมนำบทบันทึกที่เขียนพยากรณ์ไว้เมื่อปลายปี2015 ตามลิ้งค์นี้
และลิ้งค์นี้ https://www.facebook.com/natsetcall/posts/2146419185410161 )
ผลปรากฎว่า มาเกิดวิกฤตCOVID-19ในปี2020และหุ้นอเมริกา หุ้นโลก เศรษฐกิจโลกร่วงลงหนัก ซึ่งก็น่าทึ่งว่าเป็นไปตามรอบเวลารอบวัฏจักรที่พยากรณ์ไว้จริงๆ
5.ในเที่ยวนี้หากFEDจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในราวสิ้นปี2023ตามที่เป็นข่าวล่าสุดนี้ เราก็จะได้เห็นตลาดหุ้นอเมริกา และตลาดหุ้นโลกขึ้นไปราว3-4ปีคือระหว่างปี2024ถึง2027 พอปี2027-2028 ก็จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอีกรอบ หากรอบวัฏจักรเรื่องนี้ยังคงแม่นยำอยู่ต่อไปนะครับ
6.ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นประเทศEmerging Marketก็ไม่ได้ร่วงลงจากการขึ้นดอกเบี้ยของFEDอย่างที่เข้าใจกันผิดนะครับ ก็ขึ้นตามตลาดหุ้นอเมริกาไปราวๆ4ปีเช่นกัน โดยมีสถิติที่น่าสนใจด้วยว่า ตลาดหุ้นไทยและEMจะตกในช่วงเฉลี่ย2เดือนแรกของการที่FEDขึ้นดอกเบี้ย แต่พอผ่านไป6เดือน หุ้นจะขึ้นไปราว20% พอผ่านไป1ปี ขึ้นราวๆ12.40% (ซึ่งหนล่าสุดในรอบขึ้นดอกเบี้ยปี2016 ก็มีสถิติแบบนี้เช่นกัน)

7.แล้วทำไมข่าวFEDจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปใน2023หรืออีกราว2ปีข้างหน้า จึงเป็นข่าวเขย่าขวัญคนในตลาดหุ้น ในเมื่อสถิติที่ผ่านมาพบความสัมพันธ์ว่าทำให้ตลาดหุ้นขึ้นไปตั้ง3-4ปี ก็เนื่องมาจาก
7.1FEDร่นเวลาที่จะขึ้นดอกเบี้ยไวขึ้น และวิตกว่า จะเลิกอัดฉีดเศรษฐกิจ เลิกซื้อพันธบัตร เลิกQE เนื่องจากคนในตลาดนั้นเสพติดมาตรการอุ้มเศรษฐกิจ แม้ว่าตัวเลขบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อขึ้นมาเยอะ สมควรต้องเลิกอุ้มแล้วก็ตาม
7.2เพราะคนเกรงกันว่ากองทุนฝรั่งจะพากันขายหุ้นไทยแล้วขนเงินกลับสหรัฐอเมริกา เอาไปฝากดอกเบี้ยดีกว่าเล่นหุ้น ซึ่งเคยเกิดขึ้นในครั้งก่อน ตลาดหุ้นไทยรวมทั้งโซนTIP(ไทย ,อินโดนีเซีย,ฟิลิปปินส์)ลงมามาก เพราะนักลงทุนต่างชาติขายออกเยอะ และเกิดกระแสเงินไหลออก(Fund out flow)
เหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์2008มีเงินไหลเข้า(Fund in flow)จากอเมริกามาตลาดหุ้นโซนTIPเยอะมาก จนให้ผลตอบแทนสูงติดอันดับโลก พอมีข่าวว่าตอนนั้นFEDจะขึ้นดอกเบี้ยในปี2016 เลยมีเงินไหลออกจากตลาดโซนTIPตลอดปี2015 หุ้นตกไปราวๆ25%
หนนี้คนเลยกลัวว่า ในช่วงนี้ไปถึงปี2023 ก่อนFEDจะขึ้นดอกเบี้ย เลยกลัวว่าจะมีการขายหุ้นโซนTIPและเกิดFund out flowซ้ำรอบกับหนก่อน...!
อย่างไรก็ตามผมขอให้ข้อสังเกตว่า หนนี้กับตอนหนก่อนนั้นต่างกันไปคนละแบบคือ
หนก่อนนั้น มีเงินไหลเข้า Fund in Flowต่อเนื่อง พอจะขึ้นดอกเบี้ยค่อยมาOut flowไหลออก

แต่หนนี้กองทุนต่างประเทศ ได้ขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องมาตลอด10ปีมานี้ มากกว่า 2.5 ล้านล้านบาทแล้ว(ดูลิ้งค์ รู้จักฝรั่งที่เทขายหุ้นไทยมาตลอด10ปี2.4ล้านล้าน ฝรั่งพวกนี้เป็นใครมาจากไหน เล่นหุ้นแบบไหน ขายแล้วลงทุกครั้งหรือไม่ เราต้องรับมือเขาอย่างไรจึงจะชนะเขาได้http://thailworld.blogspot.com/2021/05/1024.html)
และพบว่าในการขายของฝรั่งนั้นไม่ใช่ทุกครั้งที่ทำให้ตลาดหุ้นตก อย่างน้อย 4 ครั้งใหญ่ๆที่ตลาดหุ้นไทยขึ้น รวมทั้งเที่ยวล่าสุดหลังCOVID-19นี้ด้วยที่แรงขายของฝรั่งไม่ได้ทำให้หุ้นไทยตก
สรุป
1.เป็นความเข้าใจผิดที่ว่าการขึ้นดอกเบี้ยของFEDนั้นทำให้หุ้นไทยตก แต่ความจริงคือตกช่วงสั้นๆ2เดือนแรกหลังขึ้นดอกเบี้ย จากนั้นขึ้นไปยาวราวๆ4ปี

2.ตลาดเคยตกก่อนการขึ้นดอกเบี้ยในรอบก่อนตอนปี2015เพราะก่อนนั้นมีFund in flow พอจะขึ้นดอกเบี้ยก็เลยOut flow แต่หนนี้ต่างไป เนื่องจากฝรั่งขายหุ้นยไทยมาล่วงหน้าต่อเนื่องแล้ว10ปี และขายออกไปมากกว่า2.5ล้านล้านบาทแล้ว ก็จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจอะไรว่าจะเกิดFund out flowอีก เพราะมันก็เกิดมาต่อเนื่องแล้ว10ปี
ทางที่ดีเราควรเอาใจช่วยให้FEDขึ้นดอกเบี้ยไวๆจะได้จบความกังวล และตลาดหุ้นจะขึ้นไปอีกราว4ปี แล้วค่อยไปเจอวิกฤตรอบใหม่ในราวปี2027-2028ครับ
โชคดีมีกำไรปลอดภัยในการลงทุนทุกท่านครับ