วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2563

โมเดลวิกฤตม็อบการเมืองที่มีผลต่อตลาดหุ้น6ครั้งสำคัญ และฉากจำลองจุดจบของสถานการณ์เที่ยวนี้

 


By ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์
นักวิเคราะห์เลขที่ใบอนุญาต12888 บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษการลงทุนต้นธารคอร์ปอเรชั่น

(ก่อตั้งพศ.2540อยู่ใต้การกำกับกลต.)
16 ตุลาคม 2563

1.ข่าวที่มีผลกระทบต่อตลาด-ม็อบคณะราษฎร2563ท้าทายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ด้วยการจัดชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ฝืนคำสั่งที่ห้ามชุมนุมการเมืองเกิน5คน ทำให้สะท้อนว่าอำนาจของรัฐบาลอ่อนพลังลง วันนี้กลุ่มม็อบฯนัดหมายเวลา17.00มุ่งเป้าให้กลุ่มนักเรียนนักศึกษาเลิกเรียนเข้าร่วมชุมนุม ขณะที่รัฐบาลมีประชุมนัดพิเศษวันนี้ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยชี้ให้หาทางออกเจอกันครึ่งทาง ขณะที่มีกระแสจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมยืนกรานไม่ยอมรับ และหากเกิดรัฐประหารก็จะออกมาต่อต้าน

ความเห็น:ปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองยังดำเนินต่อไป แต่คลี่คลายลงตรงที่ว่าฝ่ายรัฐบาลโอนอ่อนลง ไม่ใช้อำนาจตามประกาศพรก.ฉุกเฉินอย่างแข็งกร้าว(เช่น การสลายการชุมนุม ซึ่งจะเสียหายต่อภาพลักษณ์ของไทย เพราะมีนักเรียนมัธยมเข้าร่วมจำนวนมาก) และต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

มีวิกฤตม็อบการเมืองที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยที่สำคัญ6ครั้ง มีโมเดลดังนี้

ครั้งแรก เหตุการณ์ 6ตุลาคม2519 จากเริ่มม็อบถึงวันพีค(สลายการชุมนุม+รัฐประหาร)หุ้นตกจาก100ลงไป75จุด-->อีก2ปีต่อมาขึ้นไป265จุด

ครั้งที2 เหตุการณ์ 17พฤษภา2535 จากเริ่มม็อบถึงวันพีค(ร.9หย่าศึก+ตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ+เลือกตั้งใหม่)หุ้นตกจาก850ลงไป650จุด-->อีก2ปีต่อมาขึ้นไป1789จุด

ครั้งที่3 เหตุการณ์ม็อบพันธมิตรปี2549-2551 จากวันม็อบถึงพีค(รัฐประหาร19กันยา/ศาลสั่งยุบพรรครัฐบาล/ย้ายขั้วตั้งรัฐบาลใหม่)ตกจาก900จุดลงไป400จุด-->อีก2ปีต่อมาขึ้นไป 1,100จุด

ครั้งที่4เหตุการณ์ม็อบเสื้อแดงปี2553 จากวันม็อบถึงพีค(สลายการชุมนุม/จับแกนนำ)หุ้นตากจาก820ลงมา720จุด==>อีก2ปีต่อมาขึ้นไป1650จุด

ครั้งที่ 5 เหตุการณ์ม็อบกปปส.ปี2557จากวันม็อบถึงวันพีค(รัฐประหารพฤษภาคม2557)หุ้นตกจาก1650ลงมา1205จุด==>2ปีต่อมาขึ้นไป1850จุด

ครั้งที่6 เหตุการณ์ม็อบปลดแอกคณะราษฎร2563จากวันม็อบถึงวันพีค(สลายการชุมนุม/จับแกนนำ/....)หุ้นตกจาก1350จุดลงมาที่1245จุด==>อีก2ปีข้างหน้า...?

คลิกดูรายละเอียดในคลิปนะครับ
https://www.youtube.com/watch?v=Km5-nvwdEDM

โมเดลสถานการณ์ชุมนุมจะมีผลต่อตลาดหุ้น3ช่วงคือ

ช่วงแรก ก่อนการชุมนุม นักลงทุนวิตกกลัวปัจจัยเสี่ยงการเมือง จึงขายหุ้นออกมาก่อน ทำให้หุ้นตกหนัก

ช่วงสอง ระหว่างชุมนุม ราคาหุ้นซึมๆ และมีผันผวนตามเหตุการณ์ เพราะนักลงทุนรอดูสถานการณ์

ช่วงสาม จบการชุมนุม ไม่ว่าจะแบบไหน ตลาดหุ้นขึ้นแรง หลังชัดเจน ไม่คลุมเครือ(ผมคิดว่าน่าจะใกล้เข้าจุดนี้)

สำหรับฉากจบของการชุมนุมในอดีต5ครั้งสำคัญที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้

*รัฐประหารยึดอำนาจเพื่อจัดระเบียบใหม่ 4 ครั้ง(6ตุลา19/19กันยา49/ตุลาการภิวัฒน์51/พฤษภาคม57)

*สลายการชุมนุมจับแกนนำ2ครั้ง(6ตุลา19/พฤษภา53)

*เจรจาและยุติศึกและจัดระเบียบใหม่(พฤษภา35)

*ส่วนครั้งล่าสุดนี้ผมมองว่า มีโอกาสเป็นไปได้หลายทาง ทั้งการจับกุมแกนนำ+สลายการชุมนุม/ทั้งการรัฐประหารยึดอำนาจ และการเจรจารอมชอม เช่น การตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ แก้รธน.เลือกตั้งใหม่ ตอนนี้มีการสลายการชุมนุม+จับแกนนำแล้วไม่เป็นผล ส่วนการรัฐประหารยึดอำนาจก็เสี่ยงจะถูกม็อบต่อต้านจนปกครองไม่ได้ โอกาสที่จะมีการเจรจารอมชอมแบบพบกันครึ่งทาง เช่น มีรัฐบาลใหม่ แก้ไขรธน.อาจจะเป็นทางเลือกที่มากขึ้นก็ได้

2.แนวโน้มตลาด-หลังจากลงมายืดเยื้อ4เดือน ดัชนีSETเ้ริ่มทำจุดสูงใหม่ หรือnew highในสัปดาห์ก่อน คราวนี้ก็ต้องมาดูว่าการตกมาในตอนนี้ จะทำจุดต่ำ ยกสูงขึ้นหรือไม่ (เมื่อดูว่าฐานล่าสุดคือ1239 และlowestคือ1230จุด ดูภาพประกอบ)

โดยหากSETไม่ถอยลงมาลึกกว่าprevious low หรือlowครั้งก่อนที่1239 เช่น ก็จะเป็นการทำฐานใหม่ที่ยกสูงขึ้น

คือครบองค์ประกอบ2ข้อในทางเทคนิค ก็จะได้ลุ้นการเปลี่ยนแนวโน้มตลาดครับ จากที่เป็นขาลงหรือแกว่งตัวลงมา4เดือน ก็จะกลับทิศทางเป็นขาขึ้น หรีอแกว่งตัวขึ้น

แต่หากลงมาช่วงนี้หลุดlowเก่า1245/1239 และลงไปหลุดฐานเดิม1230 ก็แสดงว่าตลาดยังจะเคลื่อนไหวแนวโน้มแกว่งตัวลงหรือขาลงที่ดำเนินมา4เดือน ต่อเนื่องต่อไปครับ

4.สถิติที่น่านำไปพิจารณาครับ ต่อคำถามว่าตลาดหุ้นจะแย่ไปอีกนานไหม? จากวิกฤตCOVID-19

4.1ผมเคยเสนอไว้ในสิ้นปี2559 โดยอ้างอิงสถิติจากFranklin Templetonว่าภายหลังFEDขึ้นดอกเบี้ยผ่านไปราว3ปี ช่วงหลังปี2562เป็นต้นไป หรือ2563 ฟองสบู่เศรษฐกิจสหรัฐฯจะแตก ตลาดหุ้นจะตกหนัก (ดูลิ้งค์ที่เคยนำเสนอไว้ https://www.facebook.com/natsetcall/posts/2143896102329136)

4.2คำถามมีต่อมาว่าเมื่อฟองสบู่แตกตลาดหุ้นตกหนักแล้วมันจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ก่อนจะกลับคืนมาสู่ภาวะปกติ ? ดร.มาร์ค โมเบียส เอกกูรูสายชาวสวน(Contrarian)บอกว่า ตลาดหุ้นโลกมีสถิติว่ามักตกลงไป49% และกินเวลา15เดือน จึงจะสิ้นสุดวิกฤต...สำหรับตลาดหุ้นไทยมีสถิติว่าจะตกหนักลงมาราว46% และกินเวลา9เดือน ก่อนสิ้นสุดวิกฤต (ดูลิ้งค์สถิติ https://www.markmobius.com/news-events/this-time-its-different-bear-markets-and-what-we-can-learn-from-history)


หากพิจารณาจากสถิติจะพบว่าก่อนวิกฤตCOVID-19ถล่มโลก ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ1,800จุด ตอนตกหนักที่สุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ลงมารวม46% ตามสถิติ

และหากนับจากจุดเริ่มวิกฤตคือเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ตลาดหุ้นไทยจะสิ้นสุดวิกฤตเที่ยวนี้ในเดือนตุลาคมนี้ คือประมาณ9เดือนหลังวิกฤต...Believe It Or Not!

ตลาดก็คงไปฟื้นตัวได้ดีในเดือนหน้าเป็นต้นไป ก็คือหลังเลือกตั้งปธน.USAครับ

โชคดีมีกำไรปลอดภัยในการลงทุนครับ

....


ประชาสัมพันธ์

สัมมนาออนไลน์ Election Rally 1 พฤศจิกายนนี้ พร้อมกันทั่วโลก

By ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์

...

*1ปีก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีหุ้นขึ้น/1เดือนก่อนเลือกตั้งหุ้นซึม/6เดือนหลังเลือกตั้ง หุ้นวิ่ง

*ปีนี้เลือกตั้งปธน.สหรัฐ3พฤศจิกาในสถานการณ์แชมป์เก่าโดนัลด์ ทรัมป์ติดเชื้อCOVID-19ยังจะมีElection Rally หุ้นวิ่งหลังเลือกตัั้งอีกไหม?

*ถ้ามีหุ้นวิ่งElection Rallyแบบสถิติ200ปีที่ผ่านมา ตัวไหน+กลุ่มไหนนำตลาด

*ปรับพอร์ตการลงทุนรับElection Rallyในวาระที่สุด

....